
อัปเดต 'กรมชลประทาน' จับตาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนฯ
กรมชลประทานปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มตะวันออกลงสู่อ่าวไทย ขณะที่เขื่อนแก่งกระจานลดระบายเหลือ 68 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังกรมชลประทานเดินหน้าปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ลดความเสี่ยงพื้นที่ท้ายน้ำ และเร่งระบายน้ำส่วนเกินลงสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำบางปะกง
ลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,900 ลบ.ม./วินาที
นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำคิดเป็น 70% ของความจุเขื่อน ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 82% โดยยืนยันว่าเขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำจากสถานการณ์ฝนได้
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบฝนตกในจังหวัดกำแพงเพชร ส่งผลให้แม่น้ำปิงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ยังไม่มากนัก กรมชลประทานจึงประเมินสถานการณ์และปรับแผนบริหารจัดการน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนจาก 2,000 เหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การปรับลดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ พร้อมปรับลดปริมาณน้ำที่ส่งเข้าระบบชลประทานบางส่วน ทั้งคลองชัยนาท-ป่าสักและแม่น้ำน้อย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เร่งระบายน้ำลุ่มตะวันออกลงอ่าวไทย รับมือน้ำท่วมขัง
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม กรมชลประทานระบุว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังมีพื้นที่ว่างต่ำกว่าระดับเก็บกักที่สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้ จึงมีการลดการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่จะไหลมาบรรจบกันบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีแนวโน้มลดลง
ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีน้ำจากอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ไหลเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และฝ่ายปกครอง จึงร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำในระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ตั้งแต่คลอง 13-15 เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย
นอกจากนี้ ยังมีการผันน้ำเข้าสู่ระบบคลองรังสิตและระบายผ่านสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิตลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อกระจายปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับศักยภาพของระบบระบายน้ำ และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดความสมดุลมากที่สุด
เขื่อนแม่กลองระบาย 900-1,000 ลบ.ม./วินาที เฝ้าระวังชุมชนริมน้ำ
ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันตก กรมชลประทานยังคงบริหารจัดการน้ำในระดับที่ประเมินว่าไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ท้ายน้ำ โดยปริมาณฝนที่ตกในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เขื่อนแม่กลองยังคงระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 900-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย
อย่างไรก็ตาม ชุมชนบางแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ทางน้ำ
เขื่อนแก่งกระจานลดระบายน้ำเหลือ 68 ลบ.ม./วินาที หวังลดผลกระทบเมืองเพชรบุรี
อีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องจับตาคือจังหวัดเพชรบุรี หลังช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนแม่ประจันต์ ทำให้มีน้ำไหลลงมาเติมในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้น
อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม แม้ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจานจะมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 102% ของความจุเขื่อน แต่ได้ลดการระบายน้ำลงเหลือ 68 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อเขตตัวเมืองเพชรบุรี
ทั้งนี้ พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำเพชรบุรีจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือหากระดับน้ำเปลี่ยนแปลง
กองทัพเรือเร่งผลักดันน้ำบางปะกง สู้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง
สำหรับสถานการณ์ภาคตะวันออก พบว่าปริมาณน้ำจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่น้ำจะไหลมารวมกันในแม่น้ำบางปะกง บริเวณอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
ข้อมูลการบริหารจัดการระบุว่า แม่น้ำบางปะกงสามารถระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในช่วงที่เกิดภาวะน้ำเท้อหรือการระบายน้ำติดขัด อัตราการระบายอาจลดลงเหลือประมาณ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีปัจจัยสำคัญจากน้ำทะเลหนุนสูงที่ส่งผลต่อการไหลของน้ำออกสู่ทะเล
ด้วยเหตุนี้ กองทัพเรือจึงนำเรือผลักดันน้ำเข้าช่วยเร่งการระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำค้างในลำน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงที่ระดับน้ำทะเลเป็นอุปสรรค
ภาพรวมสถานการณ์น้ำขณะนี้ยังต้องติดตามทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำในเขื่อนและแม่น้ำสายหลัก รวมถึงภาวะน้ำทะเลหนุน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมชลประทาน หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
สรุปข่าวคมชัดลึก
กรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเร่งระบายน้ำลุ่มตะวันออกลงสู่อ่าวไทย ขณะที่เขื่อนแก่งกระจานลดระบายเหลือ 68 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาผลกระทบตัวเมืองเพชรบุรี ส่วนกองทัพเรือเร่งใช้เรือผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง รับมืออุปสรรคจากน้ำทะเลหนุนสูง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
#กรมชลประทาน #สถานการณ์น้ำวันนี้ #เขื่อนเจ้าพระยา #เขื่อนแก่งกระจาน #น้ำท่วม2569 #เรือผลักดันน้ำบางปะกง



