ข่าว

รองผู้ว่าฯ บุกโรงงานรีไซเคิล กบินทร์บุรี ผงะ! แอบซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์

รองผู้ว่าฯ บุกโรงงานรีไซเคิล กบินทร์บุรี ผงะ! แอบซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์

11 ต.ค. 2569

รองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี นำทีมบุกโรงงานรีไซเคิล อ.กบินทร์บุรี แอบซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ด้าน อุตสาหกรรมจังหวัด ส่งเรื่องเสนอกรมโรงงาน ออกคำสั่งปิด-ดำเนินคดีอาญา

10 ต.ค. 2569 นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียน อุตสาหกรรมจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด พร้อมด้วย นายธรรมรัฎฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี ผู้นำท้องที่ และเครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม สนธิกำลังเข้าตรวจค้น บริษัทฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับเบาะแสการลักลอบขนย้ายขยะอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
 

สืบเนื่องจากช่วงคืนวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 2 คัน ลำเลียงวัตถุต้องสงสัยมาจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เข้ามาภายในโกดังและปิดประตูมิดชิด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชนจึงได้วางกำลังดักซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดคืน กระทั่งรุ่งเช้าจึงเข้าเจรจาและใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบภายในอาคาร
 

จากการตรวจสอบสรุปได้ดังนี้

 

1.โรงงานดังกล่าวได้รับใบอนุญาต รง.4 ลำดับที่ 105 คัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และใบอนุญาต รง.4 ลำดับที่ 106 ผลิตเชื้อเพลิงผสมจากสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย
 

2.พบว่าโรงงานมีการประกอบกิจการ ล้าง บดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และหลอมทำเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นการประกอบกิจการ ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงถือเป็นการตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต


3. ตรวจสอบพบว่ามีการ ครอบครองวัตถุที่คาดว่าจะเป็นวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ของเสียประเภทเศษบดย่อยจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปนเปื้อนชิ้นส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเศษสายไฟบดย่อย ดังนี้

 

  • 3.1 อยู่บนรถบรรทุกเลขทะเบียน 73-16XX ชลบุรี และหางพ่วงทะเบียน 73-13XX ชลบุรี จำนวนประมาณ 19 ตัน 
  • 3.2 พบว่ามีการขนย้ายวัตถุลงจากรถบรรทุกทะเบียน 73-14XX ชลบุรี และหางพ่วงทะเบียน 73-12XX ชลบุรี ไว้ภายในบริเวณโรงงานอีก 19 ตัน 
  • 3.3เศษเปลือกสายไฟบดย่อยที่คัดแยกเอาทองแดงออกแล้ว จำนวน 3,937 ลูกบาศก์เมตร
  • 3.4 เศษบดย่อยจากอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ ที่ปนเปื้อน แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4,448 ลูกบาศก์เมตร

 

รองผู้ว่าฯ บุกโรงงานรีไซเคิล กบินทร์บุรี ผงะ! แอบซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์  

โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) ได้เก็บตัวอย่างเพื่อจะส่งวิเคราะห์ว่าเป็นวัตถุอันตรายหรือไม่ และเก็บตัวอย่างน้ำเสียที่ขึ้นจากกระบวนการล้างภายในบริเวณโรงงานก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ เพื่อส่งวิเคราะห์
 

4. สอจ.ปราจีนบุรีได้นำข้อเท็จจริงที่ตรวจพบไปแจ้งความดำเนินคดีและลงบันทึกประจำวัน ณ สภ.วังตะเคียน 
 

5. สอจ.ปราจีนบุรี ได้ยึดอายึด “สิ่งของต่างๆ” ที่ตรวจพบภายในพื้นที่โรงงาน และทำ “บัญชีรายการของกลาง” ที่ยึดอายัดรวมถึงรถบรรทุกใช้ขนส่งวัตถุของกลาง โดยออกเป็น “ประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่”และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ต่อไป (ตำรวจได้ยึดรถของกลางไปไว้ที่ สภ.วังตะเคียนแล้ว)


6. สอจ.ได้สั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน ตาม ม.37 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 และได้กำชับให้โรงงานต้องหยุดประกอบกิจการดังกล่าวทันที
 

นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้มีข้อสั่งการเด็ดขาดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยในส่วนของพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรวังตะเคียน ให้เร่งตรวจสอบพร้อมกับยึดรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 คันไว้เป็นของกลางในคดีอาญา พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในทุกฐานความผิด และเร่งเสนอเรื่องไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อออกคำสั่งปิดโรงงานโดยเร็วที่สุด
 

ในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อทอง ให้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายท้องถิ่นและอำนาจหน้าที่ด้านการสุขาภิบาล ขณะเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีได้รับมอบหมายให้เร่งส่งทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนในชุมชนรอบโรงงาน เพื่อค้นหาผลกระทบต่อสุขภาพจากการคัดแยกขยะอุตสาหกรรมและนำเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาต่อไป
 

รองผู้ว่าฯ บุกโรงงานรีไซเคิล กบินทร์บุรี ผงะ! แอบซุกขยะอิเล็กทรอนิกส์