
สธ. เผย สถานการณ์น้ำท่วม 21 จังหวัด เสียชีวิตสะสม 70 ราย สาเหตุหลัก จมน้ำ-ไฟดูด
สธ. เผย สถานการณ์น้ำท่วม 21 จังหวัด เสียชีวิตสะสม 70 ราย สาเหตุหลัก "จมน้ำ-ไฟดูด" ย้ำ หลังน้ำลด "กลับบ้านแล้วต้องปลอดภัย"
9 ต.ค. 2569 ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมและให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และความห่วงใยจากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งขณะนี้ ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยอยู่ใน 21 จังหวัด มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 70 ราย สูงสุดอยู่ในเขตสุขภาพที่ 6 รวม 48 ราย สถานพยาบาลยังคงได้รับผลกระทบเท่าเดิม 170 แห่ง เปิดให้บริการได้เพิ่มขึ้นเป็น 126 แห่ง หยุดให้บริการ 44 แห่ง ดูแลกลุ่มเปราะบางสะสมแล้วถึง 96,781 ราย จัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ออกให้บริการ 321,456 ครั้ง คัดกรองสุขภาพจิต 38,473 ราย และสนับสนุนยา/เวชภัณฑ์แล้ว 393,905 รายการ
"สาเหตุหลักของการเสียชีวิตมากกว่าสองในสามเกิดจากการจมน้ำ/พลัดตกน้ำสูงถึง 48 ราย (ร้อยละ 68.6) รองลงมา คือ ไฟฟ้าช็อต 17 ราย (ร้อยละ 24.3) และเมื่อเจาะลึกเฉพาะการเสียชีวิตจากเหตุจมน้ำและไฟฟ้าช็อต 61 ราย พบเป็นเพศชายมากถึง 48 ราย (ร้อยละ 78.7) เพศหญิง 13 ราย (21.3%) ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน" ดร.นพ.โสภณ กล่าว
ดร.นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยสวัสดิภาพของประชาชน มอบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะช่วงหลังน้ำลดที่ประชาชนเริ่มทะยอยกลับเข้าบ้าน เน้นย้ำ ประชาชนทุกคน "กลับบ้านแล้วต้องปลอดภัย" กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายทุกกรมที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
อาทิ วางแผนกลับเข้าบ้านในช่วงเวลากลางวันและฝนไม่ตก เข้าไปเมื่อน้ำลด และพื้นเริ่มแห้งแล้ว หลีกเลี่ยงการเข้าไปคนเดียว ห้ามเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทันที ให้ตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของระบบไฟฟ้ารวมถึงสวิตช์และปลั๊กไฟก่อนนำกลับมาใช้งาน ห้ามเปิดสวิตช์หรือเสียบปลั๊กเด็ดขาดหากระบบยังเปียกชื้น เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร พร้อมทั้งสวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากอนามัย ขณะทำความสะอาดรื้อ-ล้างบ้าน
ตลอดจนเฝ้าระวังบาดแผลติดเชื้อ เศษแก้ว ตะปู และสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำมาซ่อนตัว เป็นต้น ซึ่งการปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัดจะช่วยเปลี่ยนความสูญเสียเป็นความปลอดภัย และช่วยให้พี่น้องประชาชนทุกคนกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจ



