
จับตา! แล็บรัสเซียทำเชื้อหลุด กรมควบคุมโรค ยัน! ไทยเสี่ยงต่ำ-เฝ้าระวังเข้ม
ปมเชื้อหลุดแล็ปรัสเซีย ดับ 1 ราย รายงานชี้! เป็น ‘กาฬโรคปอด’ แพร่ทางอากาศได้ แต่ยารักษามีพร้อม กรมควบคุมโรค ยัน! ไทยเสี่ยงต่ำมาก
จากกรณีสำนักข่าวระดับโลก อาทิ Reuters, CNN และ CNBC รายงานตรงกันถึงอุบัติเหตุเชื้อโรครั่วไหลภายในห้องปฏิบัติการวิจัย แถบไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย จนส่งผลให้นักปฏิบัติงานเสียชีวิต 1 ราย และมีการสั่งกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 200 คน จนสร้างความกังวลไปทั่วโลกนั้น
รายงานข่าวและสื่อท้องถิ่นรัสเซียระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอุบัติเหตุทำหลอดทดลองหล่นแตก ภายในสถาบันวิจัยการป้องกันกาฬโรคแห่งเอเชียและไซบีเรีย ส่งผลให้เชื้อโรครั่วไหลและฟุ้งกระจายในอากาศ แต่นักปฏิบัติงานสูดดมเข้าไปจนเริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 29–30 กันยายน 2026 ก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันที่ 2 ตุลาคม 2026 โดยยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในชุมชน
แม้ทางการรัสเซียจะระบุเบื้องต้นว่าเป็นอาการปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ผลการวิเคราะห์ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่าเชื้อดังกล่าวคือ ‘กาฬโรคปอด’ (Pneumonic Plague) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เยอร์ซีเนีย เพสติส (Yersinia pestis) ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่รุนแรงที่สุด มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50–60 หากไม่ได้รับการรักษา
ความน่ากลัวของกาฬโรคปอดคือ เป็นกาฬโรคชนิดเดียวที่สามารถ แพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านละอองฝอยทางอากาศ (การไอหรือจาม) ได้ในระยะใกล้ชิด ผู้ป่วยจะปรากฏอาการอย่างรวดเร็วภายใน 1 วันหลังได้รับเชื้อ โดยมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก คลื่นไส้อาเจียน และมีเสมหะปนเลือด
กาฬโรคไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคแบคทีเรียโบราณที่มีมานานหลายพันปี ปัจจุบันยังคงเป็นโรคประจำถิ่นในหลายประเทศ ทั้งในแอฟริกา สหรัฐอเมริกา มองโกเลีย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง จีน อินเดีย ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย สำหรับสถาบันวิจัยในไซบีเรียนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นรังโรคตามธรรมชาติของสัตว์ฟันแทะและหมัด รัสเซียจึงจำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพื่อผลิตชุดตรวจ ด่านตรวจ และพัฒนาวัคซีนในการป้องกันภัยชีวภาพ
สำหรับประเทศไทย โอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดเข้ามาถือว่า ต่ำมาก เนื่องจากเหตุการณ์ถูกจำกัดขอบเขตไว้ในห้องแล็ปและโรงพยาบาลในไซบีเรียแล้ว อีกทั้งประเทศไทยไม่เคยมีรายงานพบผู้ป่วยกาฬโรคมานานกว่า 70 ปี (นับตั้งแต่ พ.ศ. 2495)
นอกจากนี้ กาฬโรคเกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ไวรัส จึง สามารถรักษาหายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น สเตรปโตมัยซิน, เจนตามัยซิน, เตตราไซคลิน หรือคลอแรมเฟนิคอล หากได้รับยาภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ผ่านด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศที่สนามบินและชายแดนอย่างเข้มงวด ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างมีสติและไม่ตื่นตระหนก



