
กทม. เร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ย้ำ! “โฉนด” ไม่ใช่เอกสารบังคับ
กทม. เร่งโอนเยียวยาน้ำท่วม ภายในสัปดาห์นี้ ย้ำ! “โฉนด” ไม่ใช่เอกสารบังคับ ใช้ในการรับเงิน สามารถยื่นทะเบียนบ้านแทนได้
วันที่ 6 ต.ค.2569 รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ว่า ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงจุดน้ำท่วมขังขอบนอกประมาณ 3–4 จุดในแต่ละเขต
เช่น โครงการฟลอร่า วิลล์ เขตหนองจอก และเคหะร่มเกล้า (ระดับน้ำสูงประมาณ 15–50 ซม.) ซึ่ง กทม. ยังคงประสานความร่วมมือกับกองทัพ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับความคืบหน้าการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" แล้วประมาณ 522,000 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเอกสารและทะเบียนบ้านเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน ส่วนผู้ยื่นเรื่องขอรับการชดเชยตามมูลค่าความเสียหายจริงผ่านระบบ Cares และสำนักงานเขต มีจำนวนราว 53,300 ราย โดย กทม. ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือลงทะเบียนออนไลน์เพิ่มอีก 22 จุด เพื่อลดความแออัดที่สำนักงานเขต
รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันเน้นย้ำว่า "โฉนดที่ดิน ไม่ใช่เอกสารบังคับ" ประชาชนสามารถใช้สำเนาทะเบียนบ้าน ใบชำระภาษี หรือเอกสารแสดงสิทธิ์การอยู่อาศัยจริงยื่นเรื่องได้ หากเอกสาร ไม่ชัดเจน สำนักงานเขตสามารถออกหนังสือรับรองแทนให้ได้ โดยไฟล์เอกสารที่อัปโหลดในระบบออนไลน์ต้องมีขนาดไม่เกิน 5 MB (รองรับ PDF, JPG, PNG)
ทั้งนี้ กทม. ตั้งเป้าโอนเงินช่วยเหลือเหมาจ่ายเบื้องต้น (เช่น 5,000 บาท) ให้แก่ผู้ผ่านเกณฑ์ภายในสัปดาห์นี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ส่วนกรณีบ้านเรือนที่เสียหายจริง จะจับมือกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และทีมเขตบัดดี้ ลงพื้นที่ประเมินมูลค่าโดยตั้งเป้าให้เสร็จสิ้นสั้นกว่า 6 เดือน
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้เช่าที่เครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย สามารถยื่นขอรับเงินเยียวยาเพิ่มเติมได้ สำหรับยานพาหนะ หากไม่ได้ใช้ประกอบอาชีพโดยตรงจะไม่ได้รับค่าชดเชยเฉพาะ แต่หากจอดในพื้นที่น้ำท่วมขัง เงินเหมาจ่าย 5,000 บาทจะช่วยบรรเทาความเสียหายได้ ทั้งนี้ กทม. อยู่ระหว่างหารือกับ คปภ. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือกรณีรถที่สัญจรผ่านพื้นที่น้ำท่วมต่อไป
ด้านการฟื้นฟูหลังน้ำลด นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันมีขยะชิ้นใหญ่และเฟอร์นิเจอร์ตกค้างเพิ่มขึ้นถึงวันละ 600–700 ตัน จึงได้จัดระบบ "เขตบัดดี้" (Buddy) ดึงกำลังพลและรถบรรทุกจากเขตที่ไม่ประสบภัย รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากกรมราชทัณฑ์ กรมทหาร และเครื่องจักรจาก ปภ. เข้ามาช่วยจัดเก็บ
พร้อมตั้ง "จุดพักขยะ" (Hub) และเปิดจุดให้ประชาชนนำขยะชิ้นใหญ่มาทิ้งเองได้ เช่น วัดบึงทองหลาง และเคหะร่มเกล้า (เช็กจุดทิ้งได้ที่ greener.bma.go.th) โดยขอความร่วมมือประชาชนให้แยกขยะชุมชน (ถุงดำ) ออกจากขยะชิ้นใหญ่ เพื่อความรวดเร็วในการจัดเก็บ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการฉีดล้างทำความสะอาดเมือง (Big Cleaning) และส่งทีมแพทย์ลงตรวจสุขภาพประชาชน (Big Health) ต่อไป



