
ก.อุตสาหกรรม สั่งหยุด! โรงงานกำจัดขยะ เร่งสกัดต้นตอน้ำสีรุ้ง
ก.อุตสาหกรรม สั่งหยุด! โรงงานกำจัดขยะ ต.หัวหว้า พบร่องรอยน้ำชะกากอุตสาหกรรม-สารปนเปื้อน ไหลออกจากบ่อฝังกลบ เร่งสกัดต้นตอน้ำสีรุ้ง
จากกรณีที่ชาวบ้านพบคราบน้ำมันลอยบนผิวน้ำในพื้นที่ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธ จ.ปราจีนบุรี จนมีการตรวจพบว่าเป็นคราบคล้ายน้ำมันมาจากโรงงาน แห่งหนึ่งในพื้นที่
ล่าสุด 5 ต.ค. 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการทีมท็อปกัน สนธิกำลังลุยน้ำเข้าตรวจสอบสาเหตุคราบน้ำมันปนเปื้อน พบต้นตอจากโรงงาน บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด จึงดินหน้ามาตรการเร่งด่วนสกัดการแพร่กระจายเต็มกำลัง พร้อมใช้อำนาจ ม.39 สั่งหยุดประกอบกิจการทันที
จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวพบร่องรอยน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารปนเปื้อนไหลออกจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมและพื้นที่กำจัดบำบัดของเสียของ บริษัทฯ ซึ่งถูกน้ำท่วมขังสูงกว่าระดับท้องนาถึง 3 เมตร ซี่งทราบว่าทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) ได้ออกคำสั่งตามมาตรา 35(4) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้บริษัทฯ ชี้แจงสภาพโรงงานและมาตรการการป้องกันน้ำชะกากอุตสาหกรรมรั่วไหล พร้อมมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจทันที
พบน้ำท่วมขังกระทบภายในบริเวณโรงงาน ทั้งในส่วนโรงงานลำดับที่ 105 คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย และโรงงานลำดับที่ 106 ผลิตนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลายมาผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ทำเชื้อเพลิงผสม ซ่อมและล้างบรรจุภัณฑ์ บดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และทำอิฐบล็อก อิฐตัวหนอน จากสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ส่วนภายนอกโรงงานพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำเป็นพื้นที่วงกว้าง
สอจ.ปราจีนบุรี จึงออกคำสั่งตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน โดยปิดคลุมหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ภายนอก พร้อมเข้าเก็บตัวอย่างน้ำชะกากอุตสาหกรรมจากโรงงาน 105 และน้ำปนเปื้อนบริเวณถังบรรจุของเสียที่ส่งมากำจัดบำบัดจากโรงงาน 106 รวมจำนวน 4 ตัวอย่าง ตลอดจนเก็บตัวอย่างน้ำปนเปื้อนภายนอกโรงงานอีกจำนวน 2 อย่าง นำส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก กรมโรงงานอุตสาหกรรม
นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้นำทีมลงพื้นที่ติดตามและเร่งรัดแก้ไขปัญหา ซึ่งวางแนวทางการดำเนินงาน 3 ระยะ โดยระยะเร่งด่วน ได้จำกัดการแพร่กระจายด้วยการติดตั้งทุ่นกักน้ำมัน (Oil Boom) และฉีดพ่นสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) บริเวณที่มีคราบน้ำมันลอยเพื่อให้น้ำยาดึงคราบสกปรก ไขมัน หรือน้ำมันให้แยกออกจากน้ำ จากนั้นใช้แผ่นดูดซับน้ำมันซับจุดพ่นน้ำยา และเก็บกู้แผ่นดูดซับน้ำมันดังกล่าว พร้อมสร้างคันกั้นด้วยกระสอบทรายรอบจุดต้นตอน้ำมัน ความสูงคันกั้นเหนือระดับน้ำ ส่วนระยะที่ 2 หลังจากระดับน้ำลดลงแล้ว จะสำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งภายในและภายนอกโรงงาน พร้อมคุมเข้มมาตรการป้องกันซ้ำรอย และบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป
"กระทรวงอุตสาหกรรมตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดการต้นตอคราบน้ำมันและสารปนเปื้อนให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน โดยวันนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดและปรับปรุงแก้ไขในทันที พร้อมมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานเข้าลงบันทึกประจำวัน ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด"
นายนนธนัตถ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนพบโรงงานกระทำผิดกฎหมาย ปล่อยน้ำเสีย ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หรือส่งกลิ่นเหม็นรบกวน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม โทร. 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง



