ข่าว

สธ. เผย น้ำท่วม 23 จังหวัด ดับแล้ว 19 ราย สาเหตุหลัก จมน้ำ-ไฟฟ้าช็อต

สธ. เผย น้ำท่วม 23 จังหวัด ดับแล้ว 19 ราย สาเหตุหลัก จมน้ำ-ไฟฟ้าช็อต

29 ก.ย. 2569

กระทรวงสาธารณสุข เผย พื้นที่น้ำท่วมกระทบ 23 จังหวัด ดับแล้ว 19 ราย สาเหตุหลัก พลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต

29 ก.ย. 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม มีการส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ เช่น ทีม MiniMERT กรมการแพทย์ ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน, เขตสุขภาพที่ 9 ลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แบ่ง 3 ทีมครอบคลุมชุมชนและพื้นที่ประสบภัย สำรวจผลกระทบ ติดตามการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง เตรียมบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรที่จำเป็นดูแลกลุ่มเปราะบาง
 

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี เตรียมรับการระบายน้ำจากเพิ่มจากเขื่อนแม่กลอง โดยประเมินพื้นที่เสี่ยงพร้อมแผนอพยพประชาชน เตรียมศูนย์พักพิง และระบบการแพทย์และสาธารณสุข
 

และเขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ออกเยี่ยมผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ติดตามการเข้าถึงยาและบริการรักษาพยาบาล พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพ เป็นต้น ส่วน รพ.แกลง จ.ระยอง ที่มวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่ ได้ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เตรียมทีม Sky Doctor พร้อมลงพื้นที่ทันทีที่ได้รับการร้องขอให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทาง
 

นายพัฒนากล่าวต่อว่า สถานการณ์เร่งด่วนวันนี้อยู่ที่ กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง (อ.แกลง) นครนายก กทม.และปริมณฑล ระบบสุขภาพมีความเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวัง 2 แห่ง คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ รพ.นครนายก รวมถึงต้องติดตามต่อในสถานบริการริมลุ่มน้ำแม่กลอง รพ.และ รพ.สต.ปลายน้ำกระแสร์ อ.แกลง และ รพ.สต.ในพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว โดยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นลำดับต้น คือ จังหวัดระยอง ที่ รพ.บ้านค่าย ยังคงมีปริมาณน้ำสูง สามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน มีแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวน 30 ราย ไป รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ส่วนรพ.แกลง น้ำท่วมขังและเข้าในพื้นที่โรงพยาบาลสูงขึ้น อยู่ระหว่างดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติ 8-10 ราย ไปยังรพ.ระยอง ผู้ป่วยอีก 100 ราย ไปยังรพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ที่ประชุมฯ จึงมีข้อสั่งการ ดังนี้
 

  • 1.ให้ผู้ตรวจราชการฯ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กำกับดูแลโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความพร้อมระบบสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ ยา เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำประปา ออกซิเจน และทรัพยากรจำเป็นอื่น ๆ 
  • 2.สำรวจและสนับสนุนส้วมกระดาษ เน้นจัดสรรเพื่อใช้ในศูนย์พักพิงเป็นลำดับแรก
  • 3.สื่อสารความเสี่ยงและข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
  • 4.เร่งจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ตามรายการที่พื้นที่ร้องขอ พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน โดยให้ สสจ.เป็นจุดรับหลักและกระจายต่อไปยังพื้นที่ หน่วยงาน หรือตัวแทนประชาชน
  • 5.เตรียมทีมซ่อมบำรุงเข้าดำเนินการทันทีหลังระดับน้ำลดลง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสื่อสาร เครื่องมือและอุปกรณ์ สาธารณูปโภคที่จำเป็นให้กลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
  • 6.เร่งดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านและผู้ป่วยติดเตียง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด
  • 7.เร่งป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมโรงพยาบาล โดยประสานจังหวัด อบจ. และหน่วยทหาร สนับสนุนกำลัง ยานพาหนะ และเครื่องสูบน้ำ พร้อมจัดทำแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามความเร่งด่วน ประสานโรงพยาบาลปลายทางให้พร้อมรองรับ และเตรียมแผนสำรองกรณีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบความต่อเนื่องในการรักษาพยาบาล
  • 8.จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานในระยะฟื้นฟู กำหนดภารกิจที่ต้องดำเนินการ พร้อมสำรวจและจัดทำรายการยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็น เพื่อเตรียมสำรองและสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ

 

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจำนวนนี้ เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระดับน้ำ กระแสน้ำ และพื้นที่ใต้น้ำจะเปลี่ยนไปจากเดิม หากจำเป็นต้องลงไปในน้ำ ควรนำอุปกรณ์ที่ช่วยพยุงตัว เช่น เสื้อชูชีพ แกลลอนพลาสติก ติดไปด้วยเพื่อใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีน้ำท่วมเข้าภายในบ้าน ควรตัดการจ่ายไฟและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ทั้งนี้ ประชาชนที่มีแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” สามารถติดตามข้อมูลและคำแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

 

สธ. เผย น้ำท่วม 23 จังหวัด ดับแล้ว 19 ราย สาเหตุหลัก จมน้ำ-ไฟฟ้าช็อต