
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผย สถานการณ์คลองฝั่งตะวันออก ของกทม. ยังวิกฤต
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผย สถานการณ์คลองฝั่งตะวันออกของ กทม. ยังวิกฤต เร่งสูบน้ำสู้ฝน เตือนประชาชน บ้านริมคลอง ยกของขึ้นที่สูง
25 ก.ย. 2569 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่ากทม. และ นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า สถานการณ์ในกทม.ขณะนี้ มีหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืน และปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมาก และเมื่อคืนฝนตกมากในแถวตะวันออก มีนบุรี-ลาดกระบัง ลักษณะการตกปริมาณกว้างเป็นแถบ ทำให้น้ำไหลลงคลอง โดยจะมีทั้งไหลลงมาคลองแสนแสบ คลองพระองค์เจ้า และมาคลองประเวศฯ และจะถูกดึงกลับมาที่ประตูน้ำพระโขนงแล้วระบายออก
โดยเมื่อคืนมีปริมาณฝนสูงถึง 133 มิลลิตร และวันนี้ช่วงเช้าถึงบ่ายปริมาณฝนเพิ่มมา 30 มิลลิเมตร ตั้งแต่คลองสามวา สายไหม มีนบุรี และไล่ลงมาฝั่งตะวันออกทั้งหมด จนมาถึงลาดกระบัง ที่จะมีฝนหนัก ทำให้คลองระบายน้ำ ค่อนข้างเต็ม แต่ถนนสายหลักปัญหาไม่มาก มีปัญหาถนนเชื่อมคลองและซอยย่อยต่างๆ เท่านั้น
ทั้งนี้ หลักการสำคัญคือการเร่งระบายน้ำออกจากคลอง โดยจะมีตัวเร่งคืออุโมงระบายน้ำ จากบึงหนองบอน ที่จะดึงน้ำมาจากฝั่งสุขุมวิท มาออกแถวบางนา และมาลงสถานีสูบน้ำบางอ้อ ที่มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ขณะนี้เปิดใช้เพียง 40 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งหากประเมินสถานการณ์ดูแล้วฝนจะยังตกมาต่อเนื่อง
ดังนั้น หัวใจสำคัญคือต้องเร่งระบายน้ำ เพราะสถานการณ์ขณะนี่น้อยังไม่ปลอดภัย น้ำในคลองยังเยอะจะต้องเร่งระบายน้ำจากคลองลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่จะต้องเฝ้าระวังคือฝั่งตะวันออก เพราะน้ำชุ่มไปทั่วพื้นที่ นายชัชชาติ ยังให้ข้อสังเกตุด้วยว่า สถานการณ์น้ำในคลองแน่น แต่น้ำในถนนหนทางยังไม่ค่อยท่วม จึงเชื่อว่า ที่ผ่านมา กทม. ทำระบบระบายน้ำ ลอกท่อได้ดี ทำให้ยังไม่เห็นน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ชั้นทำให้ปัญหาเลยไปอยู่บริเวณริมคลอง ซึ่งคืนนี้หวังว่า ถ้าฝนตกลงมาแบบปรอยๆ กทม. ก็จะสามารถสูบน้ำสู้ได้ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเดินหน้าเต็มที่ อัตรา 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในฝั่งพระนคร และให้ดูท่อระบายน้ำอย่าให้มีอะไรอุดตัน
ทั้งนี้ หากช่วงเย็นนี้อาจจะมีฝนเติมลงมา ก็อาจจะมีน้ำท่วมเพื่มเติมขึ้น จึงได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าระวัง ดูแลตามจุดต่างๆ ด้วย และขอให้ประชาชนตรวจสอบเรื่อบของการเดินทางด้วย
ส่วนกรณีคืนนี้มีปริมาณฝนตกลงมาหนักนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ จึงได้สั่งการให้เตรียมการไว้แล้ว สำหรับบ้านที่อยู่ริมคลองให้ยกของขึ้นที่สูง แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงมาก และให้พื้นที่ลุ่มต้ำที่อยู่ริมคลองเฝ้าระมัดระวังด้วย ส่วนในเมืองโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่มีปัญหา ซึ่งยังสามารถใช้เครื่องสูบน้ำอยู่ แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังไปจนถึง 27 ก.ย.
ขณะเดียวกันในพื้นที่ตามคลองต่างๆ ที่วิกฤต ก็จะที่มีการใช้เครื่องผลักดันน้ำ ไปดันน้ำให้น้ำไหลเร็วขึ้น และมีการบริหารจัดการการเปิดปิดประตูระบายน้ำ โดยกทม.มีการหาทุกวิธีในการบริหารจัดการอย่างเต็มที่ นายชัชชาติ ยังชี้แจงเหตุด้วยว่าทำไมถึงไม่ผลักดันน้ำในคลองประเวศไปแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยว่า เป็น เพราะบริเวณดังกล่าวมีคลองของชลประทานกั้นอยู่ และอาจจะกระทบกับเกษตรกร กรมชลประทานจึงทำการบริหารจัดการน้ำ ใช้วิธีการสูบน้ำออกเพื่อบรรเทาออกไปด้านนอกเล็กน้อยเท่านั้น แต่ตนเองก็ได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงจังหวัดเคียงทั้ง สมทุรปราการ และ ฉะเชิงเทรา รวมถึงกรมชลประทาน เพราะทั้งสองพื้นที่ก็มีปริมาณน้ำท่วมหนักเช่นกัน
เมื่อถามการระบายน้ำปี 69 มีอะไรดีกว่าปี 68 บ้างนั้น นายชัชชาติ เชื่อว่าระบบอุโมงต์ระบายน้ำที่เปิดแล้ว และสถานีสูบน้ำ เรามีการพัฒนาในหลายจุด รวมถึงท่อระบายน้ำ และถนนหนทางที่สูงขึ้น ทำให้หลายจุดไม่ได้ท่วมเหมือนเมื่อก่อน เช่น รามคำแหง 21 รามคำแหง 24 ดังนั้นจึงถือว่าพัฒนาและปรับปรุงขึ้นในหลายด้าน โดยเฉพาะท่อระบายน้ำดีขึ้นแน่นอน แม้คลองจะเต็มแต่ที่อื่นไม่ท่วม แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องปรับปรุงอีกกว่า 200 จุด จาก 700 กว่าจุด หรืออีกประมาณกว่า 20%
นายชัชชาติ ย้ำอีกว่า หย่อมความกดอากาศ ยังแช่อยู่ใน กทม. และเอียงไปทางตะวันออก ลักษณะไม่เหมือนมรสุม เพราะมรสุมเข้ามาแล้วจะผ่านไปเลย และสถานการณ์เข้าใจว่าค่อยๆ ขยับไปทางตะวันตก ถ้าผ่านไปได้สถานการณ์ในกรุงเทพจะเบาขึ้น และคาดว่า หลังวันที่ 27 ก.ย. สถานการณ์จะดีขึ้น
ด้าน นายวิศณุ รองผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า คลองสายหลักในกรุงเทพมหานคร จะมีคลองแสนแสบกับคลองประเวศ โดยคลองประเวศ รับน้ำมาจากเขตพระโขนง เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตสะพานสูง และเขตลาดกระบัง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต จะต้องเร่งระบายคลองประเวศ โดยจะระบายไปสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งสถานีสูบน้ำพระโขนงก็จะรับมาจากคลองแสบแสบด้วย แล้วจะระบายไปคลองลาดพร้าว ส่วนคลองแสนแสบ ขณะนี้ระดับน้ำในคลองก็ยังวิกฤตอยู่ เพราะน้ำเริ่มทยอยลงมาเจอกัน
สำหรับสถานน้ำสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ ที่ลงพื้นที่มาในวันนี้ มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 6 ตัว แต่เปิดใช้งาน 4 ตัว เพราะน้ำยังเข้ามาในระบบไม่ถึง 60 ลูกบาศก์ต่อวินาที โดยขณะนี้มีน้ำเข้ามาในระบบ 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะรับน้ำมาฝั่งบางนา -สุขุมวิท 101 และคลองหนองบอน -คลองเพชร -คลองบางอ้อ มาลงสถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยา ระบุทางประมาณ 1 กิโลเมตร



