
เตือนภัยหน้าฝน! ระวัง "เห็ดพิษ" ดอกตูมแยกยากด้วยตาเปล่า ปี 69 ป่วยแล้วกว่า 300
เตือนภัยหน้าฝน ระวัง "เห็ดพิษ" ดอกตูมแยกยากด้วยตาเปล่า ต้มข้าวสาร-ใช้ช้อนเงิน พิสูจน์ไม่ได้ เผยปี 69 ป่วยแล้วกว่า 300 ราย
วันที่ 23 ก.ย.2569 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา (สคร.9) เตือนประชาชนระวังอันตรายจากการรับประทานเห็ดป่าในช่วงฤดูฝน หลังพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากเห็ดแล้วมากกว่า 300 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย พร้อมเน้นย้ำความเชื่อพื้นบ้านในการทดสอบเห็ดพิษไม่สามารถใช้ได้จริง
นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เห็ดป่าเจริญเติบโตได้ดี ทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะในระยะดอกตูมที่ไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด นำเห็ดพิษมารับประทานจนเกิดอันตรายรุนแรงถึงขั้นตับวาย ไตวาย และเสียชีวิต
สำหรับสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดในเขตสุขภาพที่ 9 (กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยรวม 335 ราย เสียชีวิต 1 ราย เรียงลำดับตามจังหวัดดังนี้
- จ.ชัยภูมิ: พบผู้ป่วยสูงสุด 188 ราย (เสียชีวิต 1 ราย)
- จ.สุรินทร์: พบผู้ป่วย 65 ราย
- จ.บุรีรัมย์: พบผู้ป่วย 58 ราย
- จ.นครราชสีมา: พบผู้ป่วย 24 ราย
ข้อมูลทางระบาดวิทยาชี้ว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 55–64 ปี และกลุ่มอาชีพที่มีผู้ป่วยสูงสุด คือ เกษตรกรปลูกพืชไร่และพืชผัก
นอกจากนี้ สคร.9 ยังได้เตือนถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีทดสอบเห็ดพิษตามความเชื่อพื้นบ้าน เช่น การต้มเห็ดกับข้าวสาร หอมแดง กระเทียม การใช้เครื่องเงินทดสอบ หรือการสังเกตการกัดกินของแมลง เนื่องจากวิธีเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์พิษของเห็ดได้ อีกทั้งสารพิษในเห็ดบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อนสูง การนำไปปรุงอาหารจนสุกจึงไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัย
คำแนะนำและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ยึดหลักปฏิเสธ: เห็ดที่ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ หรือไม่มั่นใจ ห้ามเก็บ ห้ามซื้อ และห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด
- หากมีอาการผิดปกติ: (คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว) ห้ามล้วงคอ หรือกินไข่ขาวดิบ เพื่อกระตุ้นให้อาเจียน เพราะอาจทำให้เกิดการสำลักและเป็นอันตรายมากขึ้น
- รีบพบแพทย์ทันที: นำตัวอย่างเห็ดที่เหลือจากการปรุงหรือถ่ายภาพเห็ดส่งให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัย และแจ้งผู้ที่รับประทานร่วมกันให้เฝ้าระวังอาการ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422



