
หัวจะปวด! เปิดลิสต์ 'มรดกไทย' โดนเคลมไม่หยุด จากเขตแดนสู่รูปมรดกโลก
หัวจะปวด! เปิดลิสต์ 'มรดกไทย' โดนประเทศเพื่อนบ้านเคลมไม่หยุด จากปมอธิปไตยเขตแดน สู่รูปมรดกโลกที่โดนลบลายน้ำ
กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมไทย กรณีการแอบอ้างมรดกทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประเด็นอธิปไตยชายแดน ประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปะการต่อสู้ ศิลปินระดับโลก ไปจนถึงภาพงานแต่งงานของดาราชื่อดัง
แต่ถูกจับได้ว่า ภาพดังกล่าวคือ "ภาพสตรีกำแพงเพชร" ซึ่งเป็นภาพถ่ายฟิล์มกระจกต้นฉบับที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกโดย UNESCO และอยู่ในความดูแลของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยภาพถูกนำไปไดคัทและ "ลบลายน้ำ" ของกรมศิลปากรออกไปใช้
โดยเรื่องนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีหลักฐานและฟิล์มกระจกต้นฉบับที่ชัดเจน พร้อมเตรียมทำหนังสือทักท้วงผ่านช่องทางการทูต เพื่อจี้ให้ยุติการนำเสนอข้อมูลบิดเบือนที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาด
1.หมวดอธิปไตย ชายแดน และประวัติศาสตร์โบราณ
- ปราสาทตาเมือน และ ปราสาทตาควาย (จ.สุรินทร์): ฝั่งกัมพูชาเคยยื่นหนังสืออ้างสิทธิ์ จนกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกรมศิลปากร ออกมายืนยันชัดเจนตามแนวเขตแดนว่าตั้งอยู่ในอธิปไตยของไทย และกรมศิลปากรมีอำนาจดูแลถูกต้องตามกฎหมาย
- วัดพระแก้ว และ พระแก้วมรกต: มีความพยายามสร้างวัดพระแก้วจำลอง และปล่อยข่าวอ้างสิทธิ์ ทั้งที่พงศาวดารบันทึกชัดเจนว่าค้นพบพระแก้วมรกตครั้งแรกที่ จ.เชียงราย และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองไทยมาโดยตลอด
- การบิดเบือนสายเลือดราชวงศ์: มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนว่าราชวงศ์ไทยสืบเชื้อสายมาจากกัมพูชา แต่นักประวัติศาสตร์ชี้แจงว่า ราชวงศ์ไทยมีสายสืบราชสันตติวงศ์และประวัติศาสตร์การตั้งอาณาจักรเป็นเอกราชชัดเจน ทั้งสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์
- งานช่างศิลป์โบราณ: ภาพลายไทย ลายกระหนก เครื่องทอง ศิราภรณ์ (ชฎา-มงกุฎ) มักถูกอ้างว่าไทยลอกเลียนแบบมาจากภาพสลักนครวัด ทั้งที่กรมศิลปากรระบุชัดว่า ลายไทยมีวิวัฒนาการเฉพาะตัวจากธรรมชาติ ผสมผสานฝีมือช่างสิบหมู่จนเป็นเอกลักษณ์ไทย
2.หมวดวรรณคดี องค์กรสากล (UNESCO) และกีฬา
- วรรณคดีขุนช้างขุนแผน: วรรณคดีไทยที่มีฉากหลังใน จ.สุพรรณบุรี และ จ.กาญจนบุรี แต่งด้วยกลอนเสภาไทยแท้ๆ ถูกอ้างว่าดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านเขมรเรื่อง ตุมเตาว์
- โขน vs ละโคนโขล: เกิดข้อพิพาทเรื่องการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งในที่สุด UNESCO ได้รับรองให้ "โขนไทย" เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการ โดยแยกออกจากละโคนโขลตามเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ
- มวยไทย vs กุน ขแมร์: ข้อพิพาทในแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เมื่อกัมพูชาเปลี่ยนชื่อการแข่งขันจาก "มวย" เป็น "กุน ขแมร์" พร้อมอ้างว่ามวยไทยมีรากฐานมาจากกัมพูชา
- ประเพณีสงกรานต์: มีการสร้างกระแสอ้างสิทธิ์ จนกระทั่งประเทศไทยผลักดันให้ "ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกจาก UNESCO ได้สำเร็จ
3.หมวด Soft Power และวงการบันเทิงยุคปัจจุบัน
- ลิซ่า (Lisa BLACKPINK): เมื่อครั้งปล่อย MV เพลง LALISA ที่สวมชฎาและชุดไทยประยุกต์ รวมถึงการกล่าวถึงลูกชิ้นบุรีรัมย์ ก็มีกระแสโซเชียลฝั่งกัมพูชาออกมาอ้างว่าชุดและชฎารับอิทธิพลมาจากนครวัด
- ข้าวเหนียวมะม่วง: เมื่อศิลปินสาว "มิลลิ (MILLI)" ทานข้าวเหนียวมะม่วงบนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลก Coachella ก็ถูกอ้างทันทีว่าเป็นขนมโบราณเขมรชื่อ บายต็อบสวาย ทั้งที่ไทยมีบันทึกการกินข้าวเหนียวมูนคู่มะม่วงสุกมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเรียบร้อยแล้ว
- สไบและชุดไทย: มีการสร้างกระแสว่าการห่มสไบนุ่งโจงกระเบนเป็นของเขมรโบราณ แต่กรมศิลปากรยืนยันว่าเป็น "วัฒนธรรมร่วม" ของภูมิภาค และชุดไทยสไบของไทยก็มีเอกลักษณ์ชัดเจนจนได้รับการยอมรับในข้อตกลงตราไปรษณีย์อาเซียนปี 2019
- ภาพงานแต่งงานดารา: ภาพงานแต่งงานพิธีไทยดั้งเดิมที่มีขบวนขันหมากและรดน้ำสังข์ของซุปตาร์ "ณเดชน์ - ญาญ่า" ยังถูกเพจต่างชาตินำภาพไปโพสต์และอ้างว่าเป็นพิธีแต่งงานโบราณของเขมร
บทสรุปของเหตุการณ์ทั้งหมด สะท้อนว่าการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในภูมิภาคถือเป็นเรื่องปกติ แต่การบิดเบือนประวัติศาสตร์ การตัดต่อลบลายน้ำรูปมรดกโลก หรือการแอบอ้างผลงานของประเทศอื่น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
โดยภาครัฐเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญสำหรับคนไทยไม่ใช่การใช้อารมณ์โต้ตอบบนโลกออนไลน์ แต่คือการช่วยกันศึกษา บันทึก หวงแหน และร่วมกันเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างถูกต้อง เพื่อปกป้องมรดกของชาติบนเวทีโลกต่อไป



