
"ByteHR" ปักธงปั๊มตังค์ล้านเหรียญ เขย่าบัลลังก์ HR Tech อาเซียน
"ByteHR" โตพรวดรายได้ทะลุ 1 ล้านเหรียญ ไม่หยุดแค่ไทย ขยายทัพคลาวด์ซีแมนติกเจาะ "มาเลเซีย" รับเทรนด์ HR ยุคไฮบริด
ตลาด HR Technology กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อองค์กรทุกขนาดเริ่มให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในด้านการบริหารข้อมูลพนักงาน การจ่ายเงินเดือน การลงเวลา และการจัดการงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ล่าสุด ByteHR ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม HR Software ที่เริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย ได้เดินหน้าขยายตลาดสู่มาเลเซียอย่างจริงจัง สะท้อนทิศทางการเติบโตจากผู้ให้บริการในประเทศสู่การเป็นแพลตฟอร์มด้าน HR สำหรับธุรกิจในระดับภูมิภาคอาเซียน
จากจุดเริ่มต้นในไทย สู่การขยายตัวระดับภูมิภาค ByteHR เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ก่อนจะค่อย ๆ ขยายฐานลูกค้าและพัฒนาระบบให้รองรับงาน HR ที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูลพนักงาน ระบบเงินเดือน การลา การลงเวลา และการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน
เส้นทางการเติบโตของบริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงตลาดไทย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ByteHR ได้เปิดสำนักงานในประเทศเวียดนาม และต่อมาในเดือนเมษายน 2567 ได้เปิดสำนักงานที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการวางโครงสร้างธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดสำคัญในอาเซียน
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ByteHR มีผู้ใช้งานมากกว่า 50,000 รายในปี 2566 และสามารถสร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม 2567 การขยายสำนักงานในมาเลเซียจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ให้บริการ แต่ยังสะท้อนถึงความพร้อมในการรองรับลูกค้าที่มีความต้องการด้าน HR แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ทำไมมาเลเซียจึงเป็นตลาดสำคัญของ HR Software มาเลเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่บริษัทท้องถิ่น SME ไปจนถึงองค์กรข้ามชาติ ธุรกิจจำนวนมากมีทีมงานกระจายอยู่หลายสาขา และมีรูปแบบการทำงานทั้งแบบออฟฟิศ ไฮบริด และรีโมต
เมื่อโครงสร้างองค์กรซับซ้อนขึ้น การใช้ระบบ HR ที่สามารถจัดการข้อมูลแบบศูนย์กลางจึงมีบทบาทมากขึ้นตามไปด้วย ระบบแบบ Cloud ช่วยให้ฝ่าย HR ผู้จัดการ และพนักงานเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ง่าย ลดการพึ่งพางานเอกสารและไฟล์ข้อมูลที่แยกออกจากกัน
สำหรับตลาดมาเลเซีย ByteHR ได้พัฒนาบริการที่รองรับการจัดการข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง การสรรหา การประเมินผล การฝึกอบรม ตลอดจนการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทของผู้ใช้งาน โดยระบบเป็นแบบ Cloud-based ทำให้เหมาะกับบริษัทที่มีทีมงานแบบ Remote หรือ Hybrid ด้วย
การมีสำนักงานในกัวลาลัมเปอร์ยังช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการฝ่ายขายและการสนับสนุนลูกค้าในตลาดมาเลเซียได้โดยตรงมากขึ้น แทนที่จะบริหารตลาดจากประเทศไทยเพียงแห่งเดียว HR Software ไม่ได้มีหน้าที่แค่ลดงานเอกสาร ในอดีต ระบบ HR มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกข้อมูลพนักงานหรือคำนวณเงินเดือนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันความต้องการขององค์กรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ฝ่าย HR ต้องทำงานร่วมกับข้อมูลจำนวนมาก ตั้งแต่วันเริ่มงาน สัญญาจ้าง ประวัติการปรับเงินเดือน การลา ชั่วโมงการทำงาน KPI ไปจนถึงการอบรมและพัฒนาบุคลากร หากข้อมูลเหล่านี้กระจายอยู่ในไฟล์หลายชุด การตรวจสอบหรือจัดทำรายงานอาจใช้เวลามาก และยังเพิ่มโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อน
การรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียวจึงช่วยให้การทำงานของ HR มีโครงสร้างที่ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันพนักงานเองก็สามารถเข้าถึงบริการบางอย่างผ่านระบบ Self-service เช่น ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ยื่นคำขอลา หรือดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานได้โดยไม่ต้องติดต่อฝ่าย HR ทุกครั้ง
ByteHR วางตำแหน่งแพลตฟอร์มโดยเน้นการเชื่อมงาน HR หลายส่วนเข้าไว้ในระบบเดียว ครอบคลุมฟังก์ชันหลัก เช่น
Payroll: ช่วยจัดการงานด้านเงินเดือนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าตอบแทน
Employee Management: รวบรวมและบริหารข้อมูลพนักงานไว้ในระบบส่วนกลาง
Leave Management: รองรับการยื่น ตรวจสอบ และอนุมัติการลาของพนักงาน
Time and Attendance: ช่วยจัดการข้อมูลเวลาเข้าออกงานและการลงเวลาของพนักงาน
Mobile Application: เพิ่มความสะดวกให้พนักงานและผู้จัดการสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์มือถือ
การรวมเครื่องมือเหล่านี้ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวช่วยลดการสลับใช้งานหลายระบบ และทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรสามารถเชื่อมโยงกันได้ง่ายขึ้นการขยายตลาดอาเซียนต้องเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเทศหนึ่งในความท้าทายของ HR Software ที่ต้องการเติบโตในระดับภูมิภาค คือกฎระเบียบและรูปแบบการทำงานของแต่ละประเทศไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดระบบเงินเดือน กฎหมายแรงงาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล วันหยุด และรูปแบบเอกสารอาจแตกต่างกัน การขยายไปยังตลาดใหม่จึงต้องอาศัยมากกว่าการนำซอฟต์แวร์เดิมไปใช้งาน แต่ต้องปรับระบบและการสนับสนุนให้เหมาะกับบริบทของตลาดนั้นด้วย
ในกรณีของ ByteHR การเปิดสำนักงานในประเทศไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ทำให้บริษัทมีโครงสร้างที่ใกล้กับผู้ใช้งานในหลายตลาดมากขึ้น การมีทีมงานและช่องทางติดต่อในประเทศยังช่วยให้สามารถรับฟังความต้องการของลูกค้าและปรับบริการได้ตรงกับการใช้งานจริงมากกว่าเดิม
ปัจจุบัน ByteHR มีสำนักงานมาเลเซียภายใต้ Bytecrunch Technologies Sdn. Bhd. ตั้งอยู่ที่ Unit 41-05, Q Sentral, Jalan Stesen Sentral 2, Kuala Lumpur 50470, Malaysia โอกาสของ HR Tech ในอาเซียนยังมีอีกมาก
การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของ SME และการทำงานแบบข้ามประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความต้องการระบบ HR มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการลดงานซ้ำซ้อนและบริหารทีมจากหลายสถานที่
สำหรับผู้ให้บริการ HR Software การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความง่ายในการใช้งาน ความเสถียรของระบบ การสนับสนุนหลังการขาย ความปลอดภัยของข้อมูล และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบของแต่ละตลาด
ByteHR ระบุว่าระบบใช้การเข้ารหัสข้อมูลทั้งระหว่างการส่งและการจัดเก็บ และโฮสต์บน Microsoft Cloud พร้อมมีมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลตามความจำเป็น ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับองค์กรที่นำข้อมูลพนักงานขึ้นสู่ระบบออนไลน์
จากไทยสู่การเป็น HR Software ระดับอาเซียน การขยายตลาดสู่มาเลเซียถือเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจของ ByteHR จากบริษัทที่เริ่มต้นในประเทศไทย สู่การวางเครือข่ายในหลายประเทศของอาเซียน หลังจากเปิดสำนักงานในไทย เวียดนาม และมาเลเซียตามลำดับ
ก้าวต่อไปของบริษัทจึงไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนลูกค้า แต่ยังรวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์องค์กรที่มีความแตกต่างด้านโครงสร้าง กฎระเบียบ และรูปแบบการทำงานในแต่ละประเทศ
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาด HR Tech ที่สูงขึ้น การมีฐานลูกค้าในหลายประเทศและการพัฒนาระบบให้รองรับการบริหารบุคลากรแบบครบวงจร อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ ByteHR เดินหน้าจากผู้ให้บริการ HR Software ในประเทศไทย ไปสู่การเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มด้าน HR ที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดอาเซียนในอนาคต



