
มาตามนัด! ป้าดา-ป้าบัวไข เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียก ครั้งที่ 2
มาตามนัด! ป้าดา-ป้าบัวไข ทายาทตาเฮียง เข้าพบพนักงานสอบสวน คดีบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม ป้าดา อ่วมสุด! ถูกแจ้ง 4 ข้อหาหนัก
18 ก.ย. 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ "ป้าดา" พร้อมด้วย นางบัวไข สรสมุทร ทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตเจ้าของที่ดิน 21 ไร่ ที่บริจาคให้วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายวรเดช ช่างบุ หรือ "ลุงแหวน ธานอส" เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นการออกหมายเรียกให้มาพบ เป็นครั้งที่ 2
โดยการเดินทางมาวันนี้ ป้าดา ป้าบัวไข และลุงแหวน ได้เดินทางมาโดยรถตู้ พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ท่ามกลางการการจัดกำลังตำรวจกว่า 10 นาย คอยรักษาความสงบเรียบร้อย โดยทันทีที่มาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พากลุ่มป้าดา เข้าสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา โดยใช้ห้องประชุม ชั้น 4 ในการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบ
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิพร้อมแจ้งข้อหาป้าดา พร้อมพวก โดยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ละคนมีข้อหา ดังนี้
ป้าดา ถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือ 1.ซ่องโจร 2.ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข 3.ข่มขู่ผู้อื่นจนทำให้เกิดความกลัวและตกใจเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,362,363,365(3) และ 392 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาที่ 4.ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ส่วนป้าบัวไข ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ 1.ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน กรณีไปขอออกใบโฉนดที่ดิน ประมาณ 21 ไร่ โดยอ้างว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย แต่ข้อเท็จจริง โฉนดอยู่กับพระครูอดุลสารนิเทศ และ 2.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112
ขณะที่ชายที่สวมเสื้อสีม่วง ถูกแจ้งข้อหา ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 กรณี แอบอ้างว่ามีฎีกาลงมาจากในหลวงเพื่อขับไล่พระออกจากวัด เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ย้ำว่า ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับ ม.112 พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องในคดี และสรุปความเห็นส่งให้บัญชาการ ทราบพร้อมความเห็นข้อเสนอแนะ โดยคาดว่า สำนวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จและสามารถส่งให้พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการต่อได้ ภายในปลายเดือนตุลาคม นี้



