ข่าว

ด่วน! จับคาห้องทำงาน "นายก อบต." รีดเงินพนักงาน แลกต่อสัญญาจ้าง

ด่วน! จับคาห้องทำงาน "นายก อบต." รีดเงินพนักงาน แลกต่อสัญญาจ้าง

17 ก.ย. 2569

ด่วน! จับคาห้องทำงาน "นายก อบต." จ.ศรีสะเกษ รีดเงินพนักงาน แลกต่อสัญญาจ้าง รายละ 3 หมื่นบาท ขู่หากไม่จ่าย ยุบตำแหน่งทิ้ง

17 ก.ย. 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายนิรันดร ศรีภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปปป.) นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เข้าควบคุมตัว นายยศพนธ์ (สงวนนามสกุล) นายก อบต. แห่งหนึ่ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานจ้างในสังกัด อบต. จากการสืบสวนเชิงลึกของ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 นายยศพนธ์ ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่สัญญาจ้างกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยยื่นคำขาดว่า หากประสงค์จะได้รับการต่อสัญญา จะต้องจ่ายเงิน "ค่าต่อสัญญา" ให้ตนเอง รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 840,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ข่มขู่และกดดันอย่างหนัก โดยขีดเส้นตายให้พนักงานเร่งหาเงินมาจ่ายให้แล้วเสร็จ มิเช่นนั้นจะไม่พิจารณาต่อสัญญาจ้างให้ และเตรียมยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่งเพื่อบีบบังคับ ส่งผลให้พนักงานหลายรายเกิดความหวาดกลัวตกงาน จนต้องจำยอมหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาอาชีพ
 

ด่วน! จับคาห้องทำงาน "นายก อบต." รีดเงินพนักงาน แลกต่อสัญญาจ้าง

ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 3 ป. ได้เข้าควบคุมตัวนายยศพนธ์ พร้อมตรวจค้นห้องทำงาน ซึ่งพบ "เงินสดของกลาง" จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ และแจ้งข้อกล่าวหาหนักฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ฐานเรียกรับผลประโยชน์ และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป 


สำนักงาน ป.ป.ช. ขอย้ำเตือนว่า พฤติกรรมการใช้อำนาจข่มขู่เพื่อรีดไถผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นความผิดทางอาญาขั้นร้ายแรง หากประชาชนหรือข้าราชการท่านใดตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 โดยข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุด

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด