
เร่งหาจุดรอยรั่วน้ำมัน! ลุยขุด 2.5 เมตร ชี้! ค่าสารระเหยสูง กระทบสุขภาพเล็กน้อย
หัวหน้าทีมสุดซอยพลังงาน เผย เจ้าหน้าที่เร่งเข้าพื้นที่ตรวจสอบ จุดรอยรั่วน้ำมัน หากพบจะมีซ่อมทันที ก่อนที่บริษัทเอกชนจะทำ pigging test วันพรุ่งนี้ ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า พบค่าสารระเหยสูง 300 ไมโครต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบสุขภาพเล็กน้อย ติดตั้งเครื่อง เครื่องดูดสารระเหยเคมี ในรัศมีการปฏิบัติงาน
ช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งตรวจสอบกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำ หลังพบน้ำมันรั่ว บริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน และบริษัทน้ำมัน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบเพื่อหารอยรั่ว หลังเข้าสู่วันที่ 10 แล้ว โดยได้นำวิศวกรเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ รวมถึงกรมมลพิษ เข้ามาตรวจความปลอดภัยของอากาศ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้กับชุมชน และยังพบว่ามีกลิ่นของน้ำมันเชื้อเพลิง ลอยมาตามลมอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่มีการปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน
โดยในวันนี้ (17 ก.ย.2569) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าทีมสุดซอยพลังงาน ลงพื้นที่ร่วมกับรองเธอบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อตรวจความคืบหน้าดังกล่าว และเปิดเผยว่า ทางวิศวกรมีการเข้าตรวจสอบ และกำลังวางแผนที่จะเลื่อนตัวสลิปครอบท่อ ออกจากจุดบริเวณที่มีการรั่วซึม คาดว่ามีระยะประมาณ 2 เมตร หลังจากนั้นจะมีการดูสาเหตุของแผล ว่าเกิดจากสนิมหรือแรงกระแทก และจะมีการดำเนินการซ่อมท่อก่อน
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่มีการขุดดินเพื่อตรวจสอบจุดรอยรั่วของท่อประมาณ 6-7 จุด ลึกมากกว่า 2.5 เมตร ซึ่งขนาดนี้ยังไม่มีข้อมูลปรากฏว่าใน 7 จุดที่มีการขุด ระดับท่อจุดไหนมีความสูงต่ำมากน้อยเพียงใด ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ของเหลวจะไหลลงสู่ที่ต่ำ อนุมานได้ว่า จุด 7-8 ที่ตรวจพบเมื่อคืน คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับท่อที่ต่ำกว่าจุดอื่น
หลังจากนั้นจะใช้เทคโนโลยีในการเทสต์ (pigging test) ซึ่งเป็นการเทสการรั่วซึมในระยะ 32 กิโลเมตร ตั้งแต่โรงกลั่นยาวไปจนถึงพื้นที่ดอนเมือง เพื่อตรวจเช็คว่ามีจุดไหนเสี่ยงบ้าง โดยกระทรวงพลังงานจะมีการเรียกขอดูประวัติการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง บริษัท เอกชนที่ดูแลท่อส่งน้ำมัน ว่ามีการดูแลบำรุงรักษา หรือมีจุดเสี่ยงตรงไหนบ้าง คาดว่าค่ำนี้น่าจะพบจุดรั่ว และหากพบเจอ ก็จะมีการซ่อมทันที
ส่วนหลังจากนี้มีความจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแนวท่อหรือไม่นั้น นางสาวฐิติภัสร์ ระบุว่า ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ถึงหลายองค์ประกอบและหลายปัจจัย นอกจากนี้ยังคงต้อง เพิ่มถึงมาตรการความแข็งแรงเกี่ยวกับตัวสลิปครอบท่อ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในอนาคต ซึ่งถ้าหากชำรุดก็จะมีการวางแนวท่อใหม่ แล้วต้องไปตรวจสอบความถูกต้องว่าวางแนวถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นตรวจสอบทราบว่าได้รับการอนุญาตการวางท่อ แต่ต้องตรวจสอบว่า บริเวณตอม่อสะพานจุดนี้ อาจจะได้รับผลกระทบจากรถวิ่งกระแทก ซึ่งถ้าหากต้องมีการเปลี่ยนแนวท่อใหม่ ก็ต้องมีการหารือกันหลายหน่วยงาน ต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยและความเสียหาย
ขณะที่ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ที่มาร่วมตรวจการปนเปื้อน ระบุว่า ได้มีการลงพื้นที่มาตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ มีการตรวจค่า voc ค่าการระเหย พบว่าสูงถึง 300 กว่า มีผลกระทบต่อสุขภาพเล็กน้อย แต่ ในส่วนค่าความเสี่ยงในการลงติดไฟ หรือ Lel บริเวณจุดที่มีการรั่วไหล มีแนวโน้มลดลง แต่ก็ประมาทไม่ได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณต้องสงสัย ต้องควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟ
โดยบริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบ ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องดูดสารระเหยเคมี เพื่อกรองค่า การระเหย voc ในรัศมีพื้นที่การปฏิบัติงาน และกรมควบคุมมลพิษมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบ 5 ครั้ง หลังจากเกิดเหตุ เพื่อที่จะนำผลการตรวจสอบชนิดของน้ำมันไปเทียบเคียงได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงประเภทไหนที่รั่วไหลออกมา



