ข่าว

รอง ผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง จับชาวจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกไทย

รอง ผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง จับชาวจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกไทย

13 ก.ย. 2569

รอง ผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง จับชาวจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพล สวมสิทธิเป็นคนไทย ตั้งตัวทำธุรกิจ ถือครองทรัพย์สินใน จ.ชลบุรี กว่า 100 ล้านบาท

13 ก.ย. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมกันจับกุม นายสุชาติ หรือ Mr.Zhu Zhishan ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง คนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีนประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดง INTERPOL ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2533 ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกจากจีนและเดินทางเข้ามายังประเทศไทย
 

จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้อาจเป็นคนเดียวกับ "นายสุชาติ"ซึ่งอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือ นายสุชาติ เคยมีสัญชาติไทยหรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่
 

รอง ผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง จับชาวจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกไทย

กรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตรวจสอบย้อนหลัง ก่อนพบว่านายสุชาติได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2544 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังตรวจพบว่าเจ้าตัวยังเคยยื่นขอจัดทำบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.บางละมุง ทั้งที่ไม่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งศาลออกหมายจับและนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้
 

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การได้มาว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่


ทั้งนี้ หลังได้สถานะคนไทยผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยวก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่พัทยามีครอบครัวกับภรรยาชาวจีนและมีบุตรฝาแฝด 2 คน จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในพื้นที่บางละมุงจำนวน 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเส้นทางการได้มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป
 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

 

รอง ผบ.ตร.-อธิบดีปกครอง จับชาวจีน หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกไทย