ข่าว

บุกจับสเต็กเฮ้าส์หรูพัทยา! ใช้ต่างด้าวสวมสิทธิ์ 'กรรมกร' เนียนเป็นเชฟ-บาร์เทนเดอร์

บุกจับสเต็กเฮ้าส์หรูพัทยา! ใช้ต่างด้าวสวมสิทธิ์ 'กรรมกร' เนียนเป็นเชฟ-บาร์เทนเดอร์

05 ก.ย. 2569

บุกจับสเต็กเฮ้าส์หรูพัทยา! ไร้ใบอนุญาต-ใช้ต่างด้าวสวมสิทธิ์ 'กรรมกร' เนียนเป็นเชฟ-บาร์เทนเดอร์ แย่งอาชีพคนไทย

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2569 ฝ่ายปกครองชลบุรี สนธิกำลังลงพื้นที่ปูพรมตรวจเข้มคอมมูนิตี้มอลล์ย่านพัทยาเหนือ บุกรวบสเต็กเฮ้าส์หรูสไตล์อาร์เจนตินา แอบเปิดบริการโดยไม่มีใบอนุญาต พร้อมจับกุมผู้จัดการชาวสโลวาเกียและแรงงานเมียนมา 6 ราย หลังพบถือใบอนุญาตแค่ตำแหน่ง "กรรมกร" แต่แอบสวมสิทธิ์ทำงานเป็นเชฟและบาร์เทนเดอร์ เข้าข่ายแย่งอาชีพคนไทย แถมตรวจพบครัวไม่ผ่านเกณฑ์สุขอนามัย

บุกจับสเต็กเฮ้าส์หรูพัทยา! ใช้ต่างด้าวสวมสิทธิ์ 'กรรมกร' เนียนเป็นเชฟ-บาร์เทนเดอร์

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ป้องกันจังหวัดชลบุรี, นายภูวกร โตสิงห์ขร จัดหางานจังหวัดชลบุรี และ นางพินพา เรืองรัตนากร สาธารณสุขอำเภอบางละมุง บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง สำนักงานจัดหางาน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการภายในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดัง ย่านวงเวียนปลาโลมา พัทยาเหนือ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและเปิดร้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

บุกจับสเต็กเฮ้าส์หรูพัทยา! ใช้ต่างด้าวสวมสิทธิ์ 'กรรมกร' เนียนเป็นเชฟ-บาร์เทนเดอร์

จากการเข้าตรวจสอบร้าน "เอล เกาโช อาร์เจนติน่า สเต็กเฮ้าส์" ซึ่งเป็นร้านอาหารสเต็กระดับพรีเมียม เจ้าหน้าที่พบแรงงานสัญชาติเมียนมาจำนวน 6 ราย กำลังปฏิบัติงานอยู่ แบ่งเป็นเชฟปรุงอาหาร 4 ราย และบาร์เทนเดอร์ 2 ราย เมื่อตรวจสอบเอกสารอนุญาตทำงานกลับพบว่า ทั้งหมดได้รับอนุญาตให้ทำงานในตำแหน่ง "กรรมกร" เท่านั้น การมาทำหน้าที่เป็นเชฟและบาร์เทนเดอร์ซึ่งเป็นงานทักษะเฉพาะด้าน จึงถือเป็นการทำงานผิดประเภท เกินกว่าสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาต และเข้าข่ายแย่งอาชีพคนไทย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าร้านดังกล่าวยังไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ผู้จัดการร้านชาวสโลวาเกียจะอ้างว่าอยู่ระหว่างยื่นเรื่อง แต่เมื่อตรวจสอบระบบพบว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติ จึงยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้

 

ซึ่งการเปิดร้านโดยไร้ใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังตรวจพบความบกพร่องด้านสุขอนามัยภายในครัว ทั้งเรื่องภาชนะ ถังขยะ และการจัดเก็บสารเคมีปะปนใกล้บริเวณปรุงอาหาร จึงได้เก็บตัวอย่างอาหารส่งตรวจหาสารปนเปื้อนเพิ่มเติม

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายโทมัส (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติสโลวาเกีย ผู้จัดการร้าน พร้อมด้วยแรงงานเมียนมาทั้ง 6 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป