ข่าว

เปิดตัว TH-AI Passport "ไชยชนก" ปลื้มคนไทยแห่ลงทะเบียน1.3 ล้าน ทลายกำแพงเหลื่อมล้ำ

เปิดตัว TH-AI Passport "ไชยชนก" ปลื้มคนไทยแห่ลงทะเบียน1.3 ล้าน ทลายกำแพงเหลื่อมล้ำ

28 ส.ค. 2569

ดีอีฯ เปิดตัว “TH-AI Passport” อย่างเป็นทางการ ปลื้มยอดลงทะเบียนล่วงหน้าพุ่งทะลุ 1.3 ล้านคน ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค.นี้ ด้าน "ไชยชนก" ย้ำ AI คือ "มันสมอง" ยุคใหม่ ไม่ต่างจากถนน-ไฟฟ้าในอดีต

28 ส.ค. 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดพิธีเปิดตัวโครงการ “TH-AI Passport" อย่างเป็นทางการ โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนำทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดตัวโครงการ ก่อนจะมีการเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.2569 นี้ หลังเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้ามาตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา  โดยล่าสุด อัพเดต เวลา 14.30 น. ยอดลงทะเบียน อยู่ที่  1,300,000 ราย


โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในงานมีนักเรียน-นักศึกษาจากหลายสถาบัน ประชาชนทั่วไปหลากหลายวงการ ให้ความสนใจเข้าร่วมพิธีเปิดตัวโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษามาร่วมงาน ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกับภาพบรรยากาศในช่วงวันเปิดรับฟังความคิดเห็น ที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากให้ความสนใจเรื่อง AI แห่มาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก

 

เปิดตัว TH-AI Passport "ไชยชนก" ปลื้มคนไทยแห่ลงทะเบียน1.3 ล้าน ทลายกำแพงเหลื่อมล้ำ

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นเวทีกล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ “TH-AI Passport” ระบุว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคน หรือที่เราเรียกว่าโครงการ TH-AI Passport  ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา การทำงาน การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ความสามารถในการทำความเข้าใจ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI จึงเป็นทักษะสำคัญของประชาชนในทุกช่วงวัย


การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ การขาดความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี รวมถึงทักษะในการใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง AI จึงจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ หรือ AI Literacy และการสนับสนุนให้ AI ไปประยุกต์ใช้ได้จริงหรือเพื่อให้เทคโนโลยีสามารถสร้างประโยชน์ต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างแท้จริง
 

เปิดตัว TH-AI Passport "ไชยชนก" ปลื้มคนไทยแห่ลงทะเบียน1.3 ล้าน ทลายกำแพงเหลื่อมล้ำ

 

ภายใต้นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะดิจิทัล และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม จึงดำเนินโครงการ THAI AI PASSPORT เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน ตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 โครงการ TH AI Passport ตั้งเป้าหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป สูงสุด 5 ล้านคน เข้าถึงการเรียนรู้และเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำ ผ่านแพลตฟอร์ม AI PASS ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ และนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน การประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรับผิดชอบ


ปลัดกระทรวงดิจิทัลยังกล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ฟรีเท่านั้น แต่คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการใช้งานจริง เพื่อเปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กลายเป็นความรู้ ความสามารถ และโอกาสในการพัฒนาตนเอง


โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ทั้งในด้านองค์ความรู้ หลักสูตร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อร่วมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน AI ให้แก่ประชาชน และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะของคนไทยในระยะยาว


นับตั้งแต่เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา โครงการได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยมียอดลงทะเบียนมากกว่า 1,300,000 คน ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ กระแสตอบรับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI ของคนไทยอย่างกว้างขวาง


ในนามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพันธมิตร บริษัทเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ คณะทำงาน และทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานครั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานสำคัญด้าน AI ของประเทศไทย อันจะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวต่อไป

 

จากนั้นนายไชยชนก ขึ้นกล่าวเปิดงานพร้อมอธิบายภาพรวมโครงการ และนโยบายการพัฒนากำลังคนด้าน AI หัวข้อ "เหตุใดประเทศไทยต้องก้าวสู่ยุค AI ด้วย TH-AI Passport" 

 

นายไชยชนก ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรอคอย // เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่ทางรัฐบาลจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องประชาชน กับเทคโนโลยีแห่งยุคสมัย ให้มีความใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านโครงการ ”TH AI Passport“ พร้อมเล่าถึงความเป็นมา หรือความคิดเบื้องหลังของตัวโครงการว่า “ขอเชิญทุกท่าน ถอยมา 1 ก้าว แล้วมองภาพใหญ่”

 

นายไชยชนก บอกว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนมีคำ ๆ นึงที่มักจะถูกพ่วงกับการพัฒนา คือ โครงสร้างพื้นฐาน ถ้าเราย้อนไปในอดีตนเรามักจะถามว่า บ้านเรามีถนนถึงหน้าบ้านหรือยัง เวลาผ่านไปสักนิดนึง คำถามเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นมีไฟฟ้าทุกครัวเรือนหรือยัง // และในยุคที่มีการพัฒนาถูกยกขึ้นไปสู่น่านอากาศ คำถามก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็น เรามีอินเทอร์เน็ตกันหรือยัง

 

“และในวันนี้นับเป็นอีกยุคสมัยใหม่ ที่เรากำลังก้าวไปสู่ยุคสมัยที่โครงสร้างพื้นฐาน กลายเป็นมันสมอง ที่ช่วยเราคิดและลงมือทำ โครงสร้างพื้นฐาน นั่นคือ AI ซึ่ง AI ในวันนี้ไม่ต่างจาก ถนนหรือไฟฟ้าในวันนั้น ฉะนั้นวันนี้ AI เปรียบเสมือนถนนที่เศรษฐกิจของโลกกำลังวิ่งอยู่ และประเทศไหนก็ตามที่สามารถเข้าถึงก่อน ก็จะถึงเส้นชัยได้ก่อน“ นายไชยชนก กล่าว

 

จากนั้น นายไชยชนก ได้ยกตัวอย่างว่าสมมุติว่าตัวเองเป็นนักศึกษาที่อยากจะขายกะเพราออนไลน์ AI สามารถช่วยผมทำอะไรได้บ้าง? 
ผมเพียงต้องพิมพ์เพียงไม่กี่บรรทัดเข้าไปใน AI สิ่งที่จะเกิดขึ้นกลับมาก็คือ AI สามารถที่จะออกแบบเมนูอาหาร สามารถที่จะคำนวณในเรื่องของวัตถุดิบ คำนวณต้นทุน คำนวณราคา บริหารจัดการสต็อก แล้วก็รวมไปจนถึงการคำนวณแผนการโปรโมต ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีอันนี้เป็นเพียง ตัวอย่าง use case เล็กๆ // แต่ว่าการใช้งานแบบนี้สามารถเกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม และแม้กระทั่งในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ฉะนั้น สิ่งที่เหมือนกันคืออะไรครับ AI สามารถที่จะเพิ่มผลผลิต ศักยภาพ ประสิทธิภาพ แล้วสามารถลดต้นทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ นั่นก็คือ เวลา อย่างเป็นนัยสำคัญครับ นี่แหละครับ คือพลังของ AI

 

”แน่นอนมีสิ่งนึงที่เราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องของปัญหา การที่เราจะสามารถมี AI ที่มีความสามารถเป็นมันสมอง ที่สามารถประมวลผล สามารถคิดวิเคราะห์ ช่วยในการเรียนรู้ ช่วยในการค้าขาย แล้วก็ช่วยในการทำงานได้นั้น เราไม่สามารถใช้ AI ในรูปแบบฟรีได้ สำหรับหลายๆ ท่านที่อยู่ในห้องนี้ 250 บาท ถึง 1,000 บาท ต่อเดือน ต่อค่าย อาจจะเป็นตัวเลขที่ตัดสินใจได้ง่าย และไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงนัก แต่สำหรับพวกผมมันคือกำแพง กำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำของยุคสมัย AI และกำแพงนี้แหละครับ คือกำแพงที่ทางรัฐบาลมีความตั้งใจจะทลายลง“ นายไชยชนก กล่าว

 

ก่อนย้ำว่า เรายึด 2 หลักการสำคัญของโครงการ คือ  1.ต้องไม่ใช่สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่จ่ายไหว แต่เป็นโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้าถึง AI ระดับ Pro ได้ฟรี และ  2.ต้องไม่ใช่การแจกของ แต่เป็นการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

 

ส่วน 3 ระบบหลักในโครงการ TH AI Passport คือ 1.Accessเปิดให้ทุกคนเข้าถึง AI ระดับ Pro ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย // 2. Learn ผู้ใช้ต้องเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเพื่อต่ออายุการใช้งาน (Subscription) รายเดือน มีหลักสูตรมาตรฐานสากล (UNESCO, ASEAN, ETDA) เกือบ 96 หลักสูตร ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงระดับ Pro ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก และ 3.Apply มุ่งเน้นให้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียน การทำงาน และธุรกิจได้ทันที พร้อมรับใบประกาศนียบัตรเมื่อเรียนจบ

 

ขณะเดียวกันภายในงาน ยังมีการจัดเวทีเสวนา 2 หัวข้อด้วยกัน เริ่มจากเวทีเสวนาหัวข้อที่ 1  "AI พลังขับเคลื่อนแห่งชาติสู่การปฏิรูปกำลังคนไทย" ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม / คุณเชาวลิต รัตนกรไกรศรี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค ด้านโซลูชันคลาวด์และ AI ไมโครซอฟท์ อาเซียน / คุณจิรเดช จาตุรวิทย์ หัวหน้าฝ่ายกิจการภาครัฐและนโยบายสาธารณะ Google Cloud ประเทศไทย และคุณพาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด 

 

ส่วนเวทีเสวนา หัวข้อที่ 2 "ผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติ และกรณีศึกษาจากการใช้งานจริง"ผู้ร่วมเสวนา คุณธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บ.โดมคลาวด์ / คุณปรเมศวร์ มินศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ คุณพาขวัญ วงศ์พลทวี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์