
สทนช. เตือน 17 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 29 ส.ค. - 2 ก.ย. 69
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เตือน 17 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ช่วงวันที่ 29 ส.ค. - 2 ก.ย. 69
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทางตะวันออกของภาค
ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังในช่วงวันที่ 29 ส.ค. - 2 ก.ย. 2569 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ดังนี้
ภาคเหนือ
- 1.จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอขุนยวม ปาย และสบเมย)
- 2.จังหวัดเชียงราย (อำเภอเชียงแสน แม่สาย พญาเม็งราย แม่ฟ้าหลวง แม่จัน ดอยหลวง เวียงป่าเป้า และเชียงของ)
- 3.จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว เชียงดาว ฝาง แม่อาย เวียงแหง ไชยปราการ และอมก๋อย)
- 4.จังหวัดน่าน (อำเภอนาน้อย ทุ่งช้าง สองแคว เวียงสา บ่อเกลือ และปัว)
- 5.จังหวัดแพร่ (อำเภอร้องกวาง และสอง)
- 6.จังหวัดพะเยา (อำเภอแม่ใจ จุน เชียงคำ และปง)
- 7.จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มสัก และเขาค้อ)
- 8.จังหวัดตาก (อำเภอแม่สอด อุ้มผาง และท่าสองยาง)
- 9.จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอวังทอง และนครไทย)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- 10.จังหวัดหนองคาย (อำเภอศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ รัตนวาปี และสระใคร)
- 11.จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอเซกา บึงโขงหลง และบุ่งคล้า)
- 12.จังหวัดนครพนม (อำเภอเมืองนครพนม นาแก ศรีสงคราม และปลาปาก)
- 13.จังหวัดสกลนคร (อำเภอคำตากล้า เมืองสกลนคร วานรนิวาส วาริชภูมิ อากาศอำนวย และพังโคน)
- 14.จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอพนมไพร และเสลภูมิ)
ภาคตะวันตก
- 15.จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ไทรโยค และทองผาภูมิ)
ภาคตะวันออก
- 16.จังหวัดจันทบุรี(อำเภอเมืองจันทบุรีขลุง โป่งน้ำร้อน เขาคิชฌกูฏ และมะขาม)
- 17. จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด บ่อไร่ เขาสมิง และคลองใหญ่)
เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ น้ำยวม บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก แม่น้ำยม บริเวณจังหวัดแพร่ สุโขทัย และพิจิตร แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย บริเวณจังหวัดพิษณุโลก และลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้
- 1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ
- 2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น - ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
- 3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
- 4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์



