ข่าว

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด

25 ส.ค. 2569

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด ยัน ได้ยินเสียงปืนดัง จากที่สูง วอนขอความเป็นธรรม

24 ส.ค. 2569 นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 โดยมีเพื่อนอีก 3 คน ที่เดินทางไปด้วยกันได้ชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนทางไปหมู่บ้านไอยือรุส
 

จากสภาพที่เกิดเหตุเป็นถนนที่เป็นทางโค้งขึ้นเนินเขา สองข้างทางเป็นป่า โดยเยาวชน 3 คน ชี้ให้ดูจุดเกิดเหตุที่นายซอและ ถูกยิง และมีร่องรอยกระสุนบนถนน ประมาณ 10 จุด เป็นจุดที่มองเห็นต้นไม้ไผ่บนเนินเขา แม้จะเป็นกลางคืน ทั้ง 3 คน บอกว่ามองเห็นว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะมีเสียงปืนดัง และนายซอและถูกยิงเข้าที่ท้อง มีร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ พวกเขาที่มาด้วยกัน 4 คน จยย. 3 คัน ต้องทิ้ง จยย. 2 คัน แล้วพากันซ้อน 4 คน มาในคันเดียวพานายซอและ มาขอความช่วยเหลือที่ อบต.ช้างเผือก โดยเพื่อน 1 คน ได้โทรแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเหลือ
 

จากการตรวจสอบร่องรอยกระสุน ผู้สื่อข่าวได้ใช้นิ้ววัด เมื่อวัดออกมาแล้วกว้างและยาวประมาณ 8-9 ซม. และบางรอยที่ขนาดเล็ก 4-5 ซม. ซึ่งมีกลางถนน จุดที่นายซอและถูกยิง 3 นัด ห่างออกมาริมถนนอีก 1 นัด รวมแล้วประมาณ 10 นัด ขณะที่สภาพสองข้างทางเป็นป่าที่เป็นเนินเขา อีกข้างเป็นทางลงคลอง เพื่อนนายซอและทั้ง 3 คน ยืนยันว่าไม่ได้ให้การว่าเป็นการยิงจากข้างทาง เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามี ฮ.บิน และมีเสียงปืนดังจากที่สูง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากสภาพที่เกิดเหตุ
 

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด

นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ช่วงหลัง 20.00 น.ที่เกิดเหตุวางเพลิง องค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตนได้เข้าไปช่วยก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายซอและ เล่าเหตุการณ์ ตรงกับเพื่อนทั้ง 3 คน ว่า หลังเดินทางกลับจากตั้งแคมป์ ได้แวะกินกาแฟที่ร้านในบ้านดุซงญอ และเจอกับเพื่อนในช่วง 20.00 น. 
 

โดยก่อนหน้านั้นช่วงทุ่มกว่า ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเปียกฝน ส่วนเพื่อนอีกคนที่มาจากหมู่บ้านไอยือรุด ตั้งแต่ช่วงเย็น เมื่อรู้ว่ามีเหตุการณ์ที่ อบต.ช้างเผือก ทั้ง 4 คน จึงตัดสินใจขี่ จยย. กลับบ้านด้วยกัน มี จยย. 3 คัน นายซอและ เป็นคนขับมีเพื่อนอีก 1 คน ซ้อนท้าย และเมื่อผ่านด่านตรวจ สภ.จะแนะ ช่วง 3 ทุ่มกว่า ก็ถูกตรวจค้นไม่พบอาวุธใดๆ ทั้ง 4 คน ก็เดินทางต่อมาจนผ่านหน้า อบต.ช้างเผือก และเลี้ยวเข้าถนนทางไปหมู่บ้านไอยืดรุด ห่างจาก อบต.ประมาณ 3 กม.
 

ระหว่างทางเริ่มมีเฮลิคอปเตอร์ บินตามมาด้านหลัง พวกเขาก็เห็นแล้วแต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้กระทำผิดอะไร และต้องการกลับบ้าน แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุมีเสียงปืนดังครั้งแรก พวกเขาได้จอด จยย. เพื่อดูเหตุการณ์ เมื่อเสียงปืนเงียบ จึงขี่ต่อไป ห่างกันประมาณ 100 เมตร เป็นทางขึ้นเนิน และมีทางโค้ง จะมองเห็นเฮลิคอปเตอร์บินมาด้านหน้า และมีเสียงปืนดัง พวกเขาจึงจอดรถ และยกมือขึ้นสูง เป็นสัญลักษณ์ยอมจำนน
 

จากนั้นก็มีเสียงปืนและนายซอและถูกยิง เพื่อนๆ จึงพากันขึ้น จยย. คันเดียว 4 คน ขับออกมาจากจุดเกิดเหตุ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็บินออกไป โดยเพื่อนคนหนึ่งโทรหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่า นายซอและถูกยิง จึงพากันนำตัวนายซอและ ไปที่ อบต.พบกับผู้ใหญ่บ้าน แล้วนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ

 

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด

เพื่อนนายซอและ ยืนยันว่า พวกเขาไม่ใช่คนร้าย เป็นชาวบ้านธรรมดา เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงอยากขอความยุติธรรม และไม่สบายใจที่มีการกล่าวหาว่าพวกตนพูดโกหก เพราะไม่ได้โกหก อยากให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 

"พวกผมก็ยกมือว่าไม่ได้ทำผิด ไม่มีเจตนาอะไร ตอนยกมือ ก็มีเสียงปืนยิงลงมา แล้วซอและถูกยิงบาดเจ็บ ส่วนผมจอดมอเตอร์ไซค์หลบอยู่ข้างทาง และเห็น ฮ.บินอยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมืดไม่ได้เห็นคนบน ฮ. ซึ่งผมไม่รู้ว่าใครยิง แต่ยืนยันได้ว่ายิงจากข้างบน เพราะ ฮ.อยู่ข้างบนเรา"

 

กลุ่มเพื่อนนายซอและ ยืนยันว่าพวกเขาพร้อมพิสูจน์ความจริง จึงอยากให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งไม่ได้กล่าวหาว่าทหารยิง แต่เมื่อมีคนบาดเจ็บ และมีร่องรอยกระสุนปืนในที่เกิดเหตุจริงก็ต้องพิสูจน์ หรือหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้

 

3 เยาวชนจะแนะ ชี้จุด เห็นเฮลิคอปเตอร์บิน ร่องรอยกระสุน กว่า 10 นัด

 

 

นายนูเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวด้วยว่า ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านถือเป็นคนกลาง ที่ได้ฟังข้อเท็จจริงจากลูกบ้านทั้ง 4 คน ยืนยันได้ว่า ทั้ง 4 คน อยู่ในพื้นที่ ไม่ได้ยุ่งกับการเกิดเหตุ เพราะเด็กเป็นกลุ่มที่ชอบไปเที่ยว และเมื่อเด็กถูกยิงมาแล้วได้รับบาดเจ็บ ตนก็ช่วยเหลือ และเด็กๆ ก็เล่าตามข้อเท็จจริง จึงต้องตรวจสอบ เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงกับเจ้าหน้าที่รัฐอีก 

 

"เฮลิคอปเตอร์ใหญ่ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เมื่อเกิดเหตุที่ข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ก็ต้องตรวจสอบ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คน ก็เล่าข้อเท็จจริงแบบนี้ตั้งแต่ต้น รวมถึงชาวบ้านก็พูดเช่นนี้ ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ก็อยากให้มีสื่อกลางมาตรวจสอบ ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นผู้ร้าย ถ้าหาข้อสรุปได้ก็ยิ่งดี เพราะไม่อยากให้เด็กๆ เสียขวัญ" ผู้ใหญ่บ้าน กล่าว