
แม่ทัพภาค 4 ย้ำ ไม่มีการใช้อาวุธ ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ เปิดทางตรวจสอบ
แม่ทัพภาค 4 ย้ำชัด! ไม่มีการใช้อาวุธ ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างลาดตระเวน เชื่อกลุ่มคนร้าย หวังดิสเครดิต หลังถูกกดดัน-ปิดล้อมตรวจค้น
23 ส.ค. 2569 ที่ อาคารประชารักษ์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส พล.ท.นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 3 ราย พร้อมพูดคุย สอบถามอาการ และมอบกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว
พล.ท.นรทิป ยืนยันหนักแน่น คืนเกิดเหตุมีการนำเฮลิคอปเตอร์และโดรนบินลาดตระเวนจริง แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือยิงกระสุนจากอากาศยาน พร้อมเปิดทางให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังสร้างสถานการณ์ ภาพรวมไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตประชาชนหรือข้าราชการ แต่เป็นการทำเพื่อดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ โดยจากการวิเคราะห์ของฝ่ายข่าวเชื่อว่า เป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่เปิดยุทธการกดดันกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งการปิดล้อมตรวจค้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเปิดยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด รวมถึงการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อมโยงกับการกดดันขบวนการผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และเครือข่ายตามแนวชายแดน โดยยืนยัน "จะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด"
ขณะเดียวกัน คดีมีความคืบหน้าแล้ว ออกหมายจับผู้ก่อเหตุ 2 ราย พร้อมเร่งขยายผลเครือข่ายและตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยประสาน ปปง. ร่วมติดตามแหล่งทุน
แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำมาตรการระยะยาว เดินหน้าผลักดัน "รั้วชายแดน" เพื่อสกัดการก่อเหตุและอาชญากรรม พร้อมยืนยันชัด "ไม่มีซูเอี๋ยกับผู้กระทำผิด" ใครทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ส่วนผู้เห็นต่างทางการเมือง ยังคงใช้แนวทางพูดคุยควบคู่กัน



