
หวั่นเกิดเหตุสลดซ้ำ! แม่ เด็กม.3 แจ้งความ ม.2 ชกหน้า แต่ครูเพิกเฉย
หวั่นเกิดเหตุสลดซ้ำ! แม่ เด็กม.3 แจ้งความ ม.2 ชกหน้า แฉซ้้ำ! ครูเพิกเฉย จี้! โรงเรียนเร่งออกมาตรการความปลอดภัย
วันที่ 8 สิงหาคม 2569 คุณแม่ของเด็กนักเรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม สังกัด สพฐ.มหาสารคาม เขต 1 ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.3 ถูกรุ่นน้อง ชั้น ม.2 ชกเข้าที่ใบหน้า จนเลือดตกยางออก ปากแตก และปวดกราม เหตุเกิดขึ้นภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยคุณแม่ได้พาน้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อรอให้ทางผู้ปกครองของเด็ก ม. 2 มาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อมีการพูดคุยกันแล้ว กลับปรากฏว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ม.2 บอกว่า เด็กแค่หยอกล้อกัน แม่ฟังแล้วก็รู้สึกไม่โอเค
เด็กที่ก่อเหตุก็ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นเดียวกัน แต่เป็นเด็กรุ่นน้องชั้น ม.2 และเมื่อมีการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุแล้ว ปรากฎว่าผู้ปกครองของเด็กคู่กรณีก็พูดแต่ว่าเด็กหยอกล้อกัน โดยที่ไม่มีคำขอโทษใด ๆ ออกมาจากปากผู้ปกครอง ซึ่งแม่ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
แม่ได้พาน้องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อให้ดำเนินคดีกับคู่กรณี เพราะแม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับลูกของแม่ ซึ่งเหมือนมีการสั่งการให้เด็ก ม.2 มาทำร้ายลูกแม่ ที่ผ่านมาเคยได้ยินมาว่าลูกแม่ถูกแกล้ง ถูกบูลลี่ และถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่ก็อดทน กระทั่งตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว เพราะว่าแม่เห็นข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงที่นนทบุรี แม่ก็กลัวว่าสักว่าหนึ่ง หากลูกถูกกดดันอย่างหนัก โดยที่เราไม่ทำอะไรเพื่อปกป้องลูกเราเลย ลูกทนไม่ไหวขึ้นมา ขโมยปืนพ่อไปยิงคน แล้วเราจะทำยังไง
ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตั้งแต่แม่โพสต์เรื่องราวลงบนโซเชี่ยล ทางโรงเรียนก็ยังไม่ได้ติดต่อแม่มาเลย สิ่งที่แม่อยากได้จากทางโรงเรียนก็คือ มาตรการความปลอดภัยของลูกแม่ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ กล้องวงจรปิด และมาตรการของโรงเรียนที่มีต่อเด็กที่กระทำความผิด ที่กระทำการรุนแรงในโรงเรียน ต้องมีมาตรการที่เด็ดขาด ไม่ใช่แค่ตักเตือน
ส่วนกรณีคุณครูเพิกเฉย อ่านไลน์กลุ่มแล้วไม่ตอบ แต่สามารถตอบข้อซักถามของผู้ปกครองคนอื่นได้ อยากให้ ทาง สพฐ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำไมครูถึงเพิกเฉย ไม่รีบดำเนินการให้ หลายคนอาจจะมองว่าแม่เรื่องเยอะ แม่ขอตอบว่า ถ้าแม่ไม่เรื่องเยอะ แม่ไม่ปกป้องลูก หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นเหมือนในข่าวกราดยิง ถ้าลูกขโมยปืนพ่อไปแล้วทำเหมือนในข่าว แม่จะปกป้องลูกได้ตอนไหน แม่ไม่มีโอกาสปกป้องลูกแล้ว
ตอนนั้น รอยช้ำ บาดแผลของลูกไม่ได้อยู่แค่ที่ร่างกาย แต่มันอยู่ในจิตใจของลูกเรา ตอนนี้ไม่อยากให้ลูกไปโรงเรียนแล้ว เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ห่วงว่าเพื่อน ๆ ของลูกจะพูดว่ายังไง ครูจะตำหนิลูกหรือไม่ ที่ผ่านมาแม่เคยพาน้องไปพบหมอ หมอว่าน้องปกติ น้องไม่เคยทำร้ายใคร สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ อยู่กับคนอื่นได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้
เคยไปปรึกษาหมอว่าทำไมลูกเรียนหนังสือไม่เก่ง หมอบอกว่าน้องจะช้า ความจำเด็กแต่ละคนไม่เหมือนนกัน แต่ในด้านอารมณ์ การทำร้ายร่างกายตน การใช้ชีวิตประจำวัน น้องไม่มีปัญหา ไม่เคยโวยวายในห้อง ครูอาจจะมองว่าแม่เรื่องเยอะ แต่ครูไม่ได้มองว่าเด็กโดนทำร้ายมากี่ครั้ง ครูเคยเจอแม่มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งที่ 3 ครูมาหาแม่ที่บ้าน แล้วมาบอกว่าสิ่งที่แม่บอกว่าครูเพิกเฉย ขออย่าให้แจ้ง สพฐ. ได้หรือไม่ ตอนนี้ลูกใกล้เรียนจบ ก็บอกให้ลูกอดทน แต่ก็ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย



