
ศึกเหล็ก 5 หมื่นล้านเดือด! ฝ่าย IF ซัดมติแบนเตาหลอมไม่โปร่งใส จ่อพึ่งศาลปกครองเบรกผูกขาด
ศึกอุตสาหกรรมเหล็กระอุ ผู้ประกอบการเตาหลอม IF ซัดมติแบนผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อยไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนผูกขาดตลาดมูลค่าครึ่งแสนล้าน จ่อพึ่งศาลปกครองเบรกมาตรการเดือดร้อน
ความขัดแย้งในอุตสาหกรรมเหล็กไทยมูลค่า 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปี ปะทุขึ้นอีกระลอกหลังที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการ (กว.) ชุดที่ 84 มีมติเฉียดฉิว 7 ต่อ 6 เสียง เห็นชอบตามคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ให้จำกัดเทคโนโลยีเตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ IF ไม่ให้ผลิตเหล็กเส้นข้ออ้อย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้แทนสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า ที่ออกมาเปิดเผยว่ากระบวนการแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ครั้งนี้มีความไม่โปร่งใส และส่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ผลิตเตาหลอมไฟฟ้า หรือ EF จนอาจนำไปสู่การผูกขาดตลาด
นายศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ ผู้แทนสมาคมฯ ระบุว่า หลักการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมควรพิจารณาจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่กรรมวิธีการผลิต หากเหล็กผ่านการทดสอบคุณสมบัติทางกลและความแข็งแรงตามมาตรฐาน มอก. ทุกมิติ ก็ถือว่าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะผลิตจากเทคโนโลยีใดก็ตาม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตั้งคณะกรรมการ กว. ชุดที่ 84 ขึ้นมาแทนชุดเดิมที่ยังไม่หมดอายุ โดยเร่งรัดให้ดำเนินการภายใน 3 เดือน
และไม่มีผู้แทนจากระบบ IF ร่วมเป็นกรรมการ ขณะที่มีตัวแทนจากฝั่งเตาหลอม EF หลายท่าน ซึ่งสวนทางกับมติของคณะอนุกรรมการ กว. 84/1 ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยาและนักวิชาการ ที่เคยมีมติพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องจำกัดเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังมองว่าเหตุผลที่นำมาอ้างอิงเรื่องการยกเลิกเตาหลอม IF ในประเทศจีนนั้นเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมและบริบทตลาดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและการประชุมลงมติของ กมอ. ที่กระชั้นชิดภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งขาดหลักวิชาการรองรับ
ขณะที่เสียงข้างน้อย 6 เสียงในที่ประชุม กว. ให้เหตุผลว่ามาตรฐาน มอก. ฉบับใหม่ได้เพิ่มความเข้มงวดและกำหนดค่าความแข็งแรงไว้อย่างละเอียดเพียงพออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเตา IF หรือ EF หากผลิตสินค้าไม่ได้คุณภาพก็จะไม่สามารถผ่านมาตรฐานได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องแบนเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง
หากมาตรการจำกัดการใช้เตาหลอม IF ถูกประกาศใช้จริง จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโรงงาน IF ที่ลงทุนไปแล้วหลายพันล้านบาท ทำให้ส่วนแบ่งตลาดกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการ EF เพียงไม่กี่ราย และอาจทำให้ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 3 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ประเทศขาดดุลการค้า ซึ่งหากผลการตัดสินยังคงไม่เป็นธรรม กลุ่มผู้ผลิต IF ก็มีความจำเป็นต้องพึ่งพาช่องทางศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป



