
ครอบครัวช็อก! เผยเด็ก 14 ผู้ก่อเหตุกราดยิง เป็นคนเรียบร้อย ชอบเก็บตัวเล่นเกม
ครอบครัวช็อก! เผยเด็ก 14 ผู้ก่อเหตุกราดยิง เป็นคนเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ชอบเก็บตัวเล่นเกม ไม่คิดว่าจะก่อเหตุสลด
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง เลียบคลองเต็มรักฝั่งใต้ ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของ "นายเอ" (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงครูและนักเรียนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ซึ่งเป็นบ้านของ นายสมจิตร ยิ้มเรือง และภรรยา มีศักดิ์เป็นปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ
นายปัณณธร เต็มรัก กำนันตำบลบางคูรัด เปิดเผยไทม์ไลน์การเข้าตรวจสอบว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ร่วมเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากอาวุธปืนที่เด็กชายวัย 14 ปี นำไปใช้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนนั้น ปรากฏชื่อ นายสมจิตร ยิ้มเรือง ผู้เป็นปู่ เป็นผู้ครอบครอง
เมื่อเดินทางไปถึง พบว่าประตูรั้วหน้าบ้านถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา จึงได้ประสานเชิญญาติที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยไขกุญแจเปิดประตู เมื่อเข้าไปภายในตัวบ้าน พบว่าประตูบ้านไม่ได้ล็อก เจ้าหน้าที่จึงเดินสำรวจกระทั่งพบร่างของ นายสมจิตร (ปู่) เสียชีวิตอยู่ภายในห้องครัวชั้นล่าง และเมื่อขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องนอนชั้น 2 พบร่างของภรรยา (ย่า) เสียชีวิตอยู่บนที่นอน เจ้าหน้าที่จึงเร่งกั้นพื้นที่และประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจชันสูตรอย่างละเอียด
ส่วนเบาะแสและแรงจูงใจ พลตำรวจโทวัฒนาระบุว่า เพื่อนบ้านไม่ได้ยินเสียงปืนหรือแจ้งเหตุในตอนแรก เพราะบ้านหลังดังกล่าวเงียบสงบและไม่ค่อยมีคนอยู่ใกล้เคียง ส่วนข้อมูลจากอาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของปู่และย่าที่เสียชีวิต ระบุว่าเด็กอาศัยอยู่กับปู่และย่าตั้งแต่เด็ก มีพฤติกรรมชอบเล่นเกม ติดคอมพิวเตอร์ และไม่ค่อยออกไปไหน แต่ไม่มีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือมีความเครียดที่ปรากฏชัดเจน และขณะนี้กองวิเคราะห์กำลังเร่งตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่ามีการเล่นเกมที่มีลักษณะใช้ความรุนแรง และอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องปัญหาที่โรงเรียนอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
นอกจากนี้มีรายงานข่าวว่าปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง ชื่อผู้ครอบครองคือปู่ของผู้ก่อเหตุ และยังมีรายงานอีกว่าจากการตรวจสอบในคอมพิวเตอร์ มีประวัติการค้นหาและศึกษาเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ด้าน น.ส.ธนัญภรณ์ ยิ้มเรือง อายุ 60 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นย่า (น้องสาวของปู่) เล่าด้วยความสะเทือนใจว่า ปกติแล้วผู้ก่อเหตุจะอาศัยอยู่กับปู่และย่าเป็นหลัก เนื่องจากพ่อแม่เลิกรากันไป ทำให้ปู่และย่ารักและดูแลหลานชายคนนี้มาก
โดยปู่เป็นอดีตผู้จัดการธนาคาร ส่วนย่ามีอาชีพเป็นครู ทั้งสองคนมักจะพูดจาเพราะๆ กับหลานเสมอ ปกติแล้วทุกวันเช้าปู่จะเป็นคนไปส่งขึ้นรถไปโรงเรียน และช่วงเย็นก็ไปรับกลับบ้าน เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กเกเร ไม่มีกลุ่มเพื่อน ไม่เคยออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน ตื่นมาก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว และเป็นเด็กเรียบร้อย พูดจาไพเราะ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว และไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ขึ้น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าไปภายในบริเวณตัวบ้าน เพื่อดำเนินกระบวนการจำลองเหตุการณ์และเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หาสาเหตุการเสียชีวิตของปู่และย่าอย่างแน่ชัดต่อไป



