
เปิดคำสั่ง 'อนุทิน' เบรกพกปืนทั่วประเทศ ขึงขังจริงจังแต่ล้มเหลว?
ย้อนเปิดคำสั่ง 'อนุทิน' ฟาด! มาตรการยาแรงคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ สกัดอาชญากรรมป่วนเมือง ขึงขังจริงจังแต่ล้มเหลว?
ย้อนเปิดรายละเอียดคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ในยุค นายอนุทิน ชาญวีรกูล อยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ยุคแรก (รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน) หลังประกาศมาตรการยาแรงคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรม ยับยั้งเหตุรุนแรง และคืนความปลอดภัยให้พื้นที่สาธารณะ
เจาะคำสั่งหลัก: ห้ามออกใบพกปืน (ป.12) ชั่วคราว 1 ปี
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 3877/2566 เรื่อง ห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา และมีการขยายระยะเวลาบังคับใช้ต่อเนื่องเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
- เจตนารมณ์คำสั่ง: เพื่อหยุดย้างการนำอาวุธปืนติดตัวไปในที่สาธารณะ ป้องกันการนำไปใช้ก่อเหตุร้าย ลดความหวาดกลัวของประชาชน และควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- กลุ่มยกเว้น: คำสั่งนี้ไม่บังคับใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย เช่น ทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการ หรือประชาชนที่อยู่ระหว่างการช่วยเหลือราชการตามที่กฎหมายกำหนด
ยกระดับมาตรการเสริม คุมเข้มใบอนุญาตอื่น (ป.2 - ป.3 - ป.4)
นอกจากมาตรการห้ามออกใบ ป.12 แล้ว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยังได้ยกระดับการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบอย่างเข้มงวด
- งดออกใบอนุญาตสั่ง/นำเข้า (ใบ ป.2): ชะลอการออกใบอนุญาตแก่ร้านค้าอาวุธปืนในการสั่งหรือนำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนรายใหม่
- คัดกรองใบอนุญาตซื้อ (ใบ ป.3): กำชับนายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติอาชญากรรม และพฤติกรรมของผู้ขอซื้อปืนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
- เอ็กซเรย์ใบอนุญาตครอบครอง (ใบ ป.4): สั่งการให้ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตั้งเครือข่ายสอดส่องพฤติกรรมผู้ได้รับใบอนุญาตเดิม หากพบว่าขาดคุณสมบัติ มีพฤติกรรมเสี่ยง หรือเป็นภัยต่อสังคม นายทะเบียนมีอำนาจสั่ง "เพิกถอนใบอนุญาต" ได้ทันที
ประกาศราชกิจจาฯ 'อนุทิน' เซ็นคำสั่งงดออกใบพกปืน (ป.12) ชั่วคราว 1 ปี มีผลทันที สกัดอาชญากรรมป่วนเมือง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยสาธารณะ และลดปัญหาอาชญากรรม ควบคุมสถานการณ์ให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความปกติสุข อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 วรรคหนึ่ง, มาตรา 57 ประกอบมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 จึงมีคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว
คำสั่งดังกล่าว มีกำหนดระยะเวลาบังคับใช้ 1 ปี โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป)
ข้อควรระวัง & บทลงโทษฝ่าฝืน
กระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำว่า ผู้ได้รับ ใบอนุญาตครอบครอง (ใบ ป.4) มีสิทธิ์เก็บรักษาอาวุธปืนไว้ภายในที่อยู่อาศัยเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์พกพาติดตัวออกนอกบ้านไปในที่สาธารณะ หากปราศจากเหตุจำเป็นเร่งด่วน
หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษหนักตามกฎหมาย
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371: พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และศาลมีอำนาจสั่งริบอาวุธปืน
- พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ: พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การขันน็อตมาตรการปืนในยุค มท.1 "อนุทิน" จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบสังคมและระงับเหตุความรุนแรงตั้งแต่ว้นต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
นักวิเคราะห์และประชาชนต่างเริ่มตั้งคำถามย้อนแย้งว่า คำสั่งขึงขังระดับกระทรวงเป็นเพียง "ยาหอม" ทางการเมืองหรือไม่? ในเมื่อมาตรการกวาดล้างอาวุธปืนนอกระบบ การทลายแหล่งขายปืนออนไลน์ รวมถึงการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนปืน ยังคงมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่สามารถเอ็กซเรย์พื้นที่เพื่อยึดปืนผิดกฎหมายได้อย่างจริงจัง?
ความปลอดภัยในสังคมไทยจึงยังคงสั่นคลอน เสียงกระสุนปืนยังคงดังสนั่นสะท้อนข่าวรายวัน ตราบใดที่มาตรการภาครัฐยังเกาไม่ถูกที่เค้น - บีบเค้นคนทำถูกกฎหมาย แต่กลับปล่อยให้ "ตลาดมืดปืนเถื่อน" เติบโตและเพ่นพ่านสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนอย่างไร้การการควบคุม ทว่าในความเป็นจริง มาตรการที่ดูขึงขังกลับถูกมองว่าเป็นเพียงแค่คำสั่งใน "กระดาษ" ที่ไม่ได้ช่วยลดเหตุอาชญากรรมหรือหยุดย้างคมกระสุนในสังคมได้อย่างแท้จริง



