
ฉาวป่าตอง! วอนสอบ 2 ต่างชาติ เดินขอเงินนักท่องเที่ยววุ่น ป่วนหลายวันแล้ว
ฉาวป่าตอง! ชาวภูเก็ต วอนสอบ 2 ต่างชาติ อ้างพูดอังกฤษไม่ได้ แต่เดินขอเงินนักท่องเที่ยววุ่น พบโผล่ป่วนหลายวัน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อความร้องเรียนจากชาวบ้าน ระบุว่าพบชายชาวต่างชาติ 2 ราย แต่งกายด้วยชุด โต๊บ (Thobe หรือ Thawb) สีขาว ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของชายชาวมุสลิมและชาวอาหรับ สวมหมวกกะปิเยาะห์ (Taqiyah) สีดำ และสะพายกระเป๋าสีดำ เดินพูดคุยกับนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีพฤติกรรมคล้ายเรี่ยไรเงินจากนักท่องเที่ยว
ระบุข้อความว่า “ชาวบ้านร้อง! ต่างชาติมีพฤติกรรมเดินเรี่ยไรเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วบริเวณหาดป่าตอง ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหน่อย”
หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยบางรายระบุว่าเคยพบชายทั้งสองเดินขอรับบริจาค อ้างว่าจะนำเงินไปบำรุงโรงเรียนในประเทศปากีสถาน
ขณะที่อีกหลายความคิดเห็นแสดงความกังวลว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง อาทิ
ช่วยๆๆกันไป, เขามาขอรับบริจาคเพื่อไปบำรุงสถานที่รร.ที่ปากีสถาน วันนั้นเจอทีร้านอาหารตอนทานข้าวยุกับเเฟน, เมืองสวรรค์ของพวกขอทานเป็นต้น
ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเปิดเผยว่า พบชายต่างชาติทั้งสองเดินพูดคุยกับนักท่องเที่ยวหลายจุดบริเวณหน้าหาดป่าตอง เมื่อเข้าไปสอบถามว่ามาทำอะไร ทั้งคู่กลับอ้างว่าไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ผู้เห็นเหตุการณ์กลับได้ยินทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกับนักท่องเที่ยวก่อนหน้านั้น
นอกจากนี้ เมื่อผู้เห็นเหตุการณ์เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ ชายทั้งสองก็รีบเดินออกจากพื้นที่ทันที จึงได้สอบถามนักท่องเที่ยวที่เพิ่งพูดคุยกับชายทั้งสอง ซึ่งได้รับคำตอบว่า ทั้งคู่เข้ามาขอรับเงินหรือเรี่ยไรเงินจากนักท่องเที่ยว
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุอีกว่า พบพฤติกรรมลักษณะนี้ต่อเนื่องมาหลายวันบริเวณหน้าหาดป่าตอง จึงเห็นว่าควรนำเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ และหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐว่าชายชาวต่างชาติทั้งสองมีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ โดยต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ต่อไป



