ข่าว

ตำรวจ-สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกค้น 25 จุด เครือข่ายทุจริต ออกบัตร ปชช.

ตำรวจ-สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกค้น 25 จุด เครือข่ายทุจริต ออกบัตร ปชช.

04 ส.ค. 2569

ตำรวจ-สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกค้น 25 จุด เครือข่ายทุจริต ออกบัตร ปชช. อ.แม่สอด จ.ตาก จับผู้ต้องหา 11 คน มี "ผู้ช่วยนายทะเบียน" รวมอยู่ด้วย

4 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E), พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ "ทลายบัตร 10 ปีเถื่อน" อ.แม่สอด จ.ตาก


ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนขยายผลจากปฏิบัติการ "ปิดฉากแรงเงา" อ.ดอนสุก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งคนต่างด้าวที่จับกุมส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับบัตรสนเท่ห์กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐผู้ช่วยนายทะเบียนเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก มีพฤติกรรมออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 200 คน
 

อีกทั้งจังหวัดตากได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งมีการร้องเรียนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์รายละ 40,000 - 100,000 บาท โดยดำเนินการไปแล้วกว่า 700 คน

 

ตำรวจ-สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกค้น 25 จุด เครือข่ายทุจริต ออกบัตร ปชช.

เบื้องต้นตรวจพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรทะเบียน 0 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจนจำนวน 12 คน จึงได้ดำเนินการส่งตรวจสอบอัตลักษณ์ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ กับฐานข้อมูลคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่าคนต่างด้าวทั้ง 12 คน เป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 137, 162, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50
 

คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวม 17 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน, เจ้าบ้านผู้เป็นพยานรับรอง 2 คน และ บุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 12 คน
 

จากนั้นพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดตาก และศาลอนุมัติหมายจับ 13 คน ได้แก่ นายกิต อดีตผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด และกลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 12 คน ศาลอนุมัติหมายค้น จำนวน 17 หมาย
 

​ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 11 คน ได้แก่ 1.นายลัด ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด, 2.นางนา พนักงานจ้างเทศบาลนครแม่สอด, 3.น.ส.ดา และ 4.นางทุม เจ้าบ้านผู้เป็นพยานรับรอง และคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 7 คน

 

ตำรวจ-สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกค้น 25 จุด เครือข่ายทุจริต ออกบัตร ปชช.

มีผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนีอยู่ คือ นายกิต อดีตผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งถูก ปปช. ชี้มูลและให้ออกจากราชการ เมื่อปี พ.ศ. 2568 อีกทั้ง เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2568 น.ส.อ้อน ภรรยาของนายกิต ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักลอบค้าอาวุธสงคราม ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมอาวุธสงครามจำนวนมาก ได้แก่ จรวด RPG-7, กระสุนปืน ค.81, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ระหว่างขนส่งไปให้กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว นายกิต มาดำเนินคดีต่อไป
 

​ผลการตรวจค้นในครั้งนี้ พบหลักฐานที่สำคัญหลายรายการ อาทิ หนังสือเดินทาง 3 เล่ม, บัตรทะเบียน 0 จำนวน 5 ใบ, ทะเบียนบ้าน 4 เล่ม, ใบอนุญาตทำงาน 1 เล่ม,บัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย(บัตรชมพู) 1 ใบ, บัตรประจำตัวประเทศเมียนมา 1 ใบ, บัตร border pass จำนวน 1 ใบ,โทรศัพท์มือถือ, โน้ตบุ๊ก และ USB Flash Drive ​
 

จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป
 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าประเทศไทยมีช่องทางถูกต้องตามกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนัก ทำงาน ประกอบธุรกิจ หรือขอสัญชาติไทย โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอำพรางผ่านคนไทย ใช้นอมินี หรือเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของชาติ
 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐบาลต้องการ คือ การอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ไม่ใช่การปิดกั้นผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมายแต่จะไม่ยอมให้มีการใช้ช่องว่างทางทะเบียนหรือใช้ความช่วยเหลือของรัฐไปเป็นเครื่องมือในการกระทำผิด หากประชาชนพบพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง