ข่าว

รมว.ทส. ติดตามอาการ "ลูกช้างป่า" พลัดหลง ดูดไม้และหินแทนนมแม่ รอผลตรวจไวรัส

รมว.ทส. ติดตามอาการ "ลูกช้างป่า" พลัดหลง ดูดไม้และหินแทนนมแม่ รอผลตรวจไวรัส

03 ส.ค. 2569

รมว.ทส. ลงพื้นที่ไทรโยค เกาะติดช่วยชีวิต "ลูกช้างป่า" พลัดหลง ล่าสุดให้นมผง-นมแม่ช้างแช่แข็ง รอผลตรวจไวรัส ขณะที่ "ช้างสีดอทองม้วน" อาการยังน่าห่วง สั่งทีมแพทย์ลุยรักษาตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด

จากกรณีพบลูกช้างป่าลูกฝูง ดูดไม้และหินแทนนมแม่ อยู่ในสภาพอิดโรย ปากมีแผล ตาถูกแมลงวันตอมจนเยื่อตาอักเสบ รวมถึงถ่ายเหลว 

 

 

ล่าสุดวันนี้ 3 ส.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือ ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค

 

รมว.ทส. ติดตามอาการ "ลูกช้างป่า" พลัดหลง ดูดไม้และหินแทนนมแม่ รอผลตรวจไวรัส

 

สำหรับกรณีลูกช้างป่าพลัดหลง ขณะนี้อยู่ระหว่างการอนุบาลด้วยนมผงและน้ำนมแม่ช้างแช่แข็งที่ได้รับการสนับสนุนจากปางช้างหลายแห่ง พร้อมรอผลตรวจสุขภาพและการตรวจหาโรคไวรัสที่พบบ่อยในลูกช้าง หากผลตรวจเป็นลบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะพิจารณาส่งต่อไปยังแม่ช้างรับในปางช้างใกล้เคียง เพื่อให้ลูกช้างได้รับน้ำนม ความอบอุ่น และภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่การปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ หรือการดูแลในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยต่อไป

 

รมว.ทส. ติดตามอาการ "ลูกช้างป่า" พลัดหลง ดูดไม้และหินแทนนมแม่ รอผลตรวจไวรัส

นอกจากนี้นายสุชาติยังติดตามการช่วยเหลือ ช้างป่า "สีดอทองม้วน" เป็นช้างเพศผู้ อายุประมาณ 50 ปี น้ำหนักประมาณ 4,000 กิโลกรัม ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหลังด้านซ้าย พบครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 บริเวณบ้านสลอบ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี โดยทีมสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้เข้ารักษาอย่างต่อเนื่องรวม 4 ครั้ง ในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

ผลการติดตามอาการระหว่างวันที่ 25–31 กรกฎาคม 2569 พบว่า สีดอทองม้วนมีอาการทรงตัว แม้ยังไม่สามารถลุกยืนได้ด้วยตนเอง แต่สามารถกินอาหารและขับถ่ายได้ดีขึ้น ผลตรวจเลือดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 พบว่า ภาวะอักเสบและการทำงานของไตมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าเอนไซม์ที่บ่งชี้การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (CK) ยังคงอยู่ในระดับสูง และภาวะโลหิตจางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทีมสัตวแพทย์จึงยังคงเฝ้าติดตามอาการและปรับแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ นายสุชาติ มอบนโยบายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกระดับศักยภาพทีมสัตวแพทย์ ทั้งด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือและรักษาสัตว์ป่า พร้อมกล่าวขอบคุณทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้จะเป็นภารกิจที่ยากและมีความเสี่ยงสูง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงฯ จะสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้ช้างทั้งสองมีโอกาสรอดชีวิตและได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

 

 

นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการรักษาช้างตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด โดยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ประสานการทำงานร่วมกับสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เพียงพอ พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งให้บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน ควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ ตลอดจนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแล และประชาชน รวมทั้งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และรายงานปัญหาหรืออุปสรรคให้ผู้บริหารรับทราบโดยทันที เพื่อพิจารณาสั่งการอย่างเร่งด่วน

 

สำหรับลูกช้างป่าพลัดหลง รัฐมนตรีสุชาติ กำชับว่า เมื่อลูกช้างมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ให้เตรียมความพร้อมและวางแผนนำกลับคืนสู่โขลงตามหลักวิชาการ โดยติดตามพฤติกรรมและตำแหน่งของโขลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกช้าง ช้างในโขลง เจ้าหน้าที่ และประชาชนเป็นสำคัญ หากไม่สามารถนำลูกช้างกลับคืนสู่โขลงได้ หรือพบอุปสรรคที่อาจกระทบต่อความปลอดภัย ให้ประสานผู้เชี่ยวชาญร่วมกำหนดแนวทางที่เหมาะสม พร้อมรายงานผู้บริหารโดยทันที