ข่าว

รองจ๋อ นำทีมสืบนครบาล รวบแก๊งเงินดำ ซ้อนแผนหลอก เฉลยกลโกง หมดเปลือก!

รองจ๋อ นำทีมสืบนครบาล รวบแก๊งเงินดำ ซ้อนแผนหลอก เฉลยกลโกง หมดเปลือก!

02 ส.ค. 2569

"รองจ๋อ" นำทีมสืบนครบาล ปลอมตัวเป็นไฮโซเก๊ ซ้อนแผนลวง "แก๊งผิวสี" เฉลยกลโกงหมดเปลือก เปลี่ยนกระดาษดำเป็นดอลลาร์ ก่อนเจอล็อกตัว!

1 ส.ค. 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.เลิศวริศ วรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย 

 

  • 1.นาย เรมี่ อายุ 35 ปี สัญชาติไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันเป็นอั้งยี่" 
  • 2.นายเดวิด อายุ 40 ปี สัญชาติไลบีเรีย ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต"
  • 3.น.ส.นากัว อายุ 35 ปี สัญชาติแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต"
  • 4.น.ส.ไคเซีย อายุ 21 ปี สัญชาติแคมมารูน ถูกแจ้งข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ราชอาณาจักรสิ้นสุด"

 

ตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1.ธนบัตรลักษณะคล้ายเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ใบละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 11 ใบ 2.ธนบัตรเคลือบสาร (เงินดำ) จำนวน 3 ใบ 3.กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร จำนวน 60,000 ฉบับ 4.น้ำยาไม่ทราบชนิด (อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์) จำนวน 4 ขวด 5.อุปกรณ์การแปลงสภาพธนบัตรหลายรายการ 6.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง (พบข้อมูลคลิปเครื่องผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอม และกรรมวิธีในการหลอกลวงเหยื่อลักษณะ "การล้างธนบัตร" หรือ Black Money Scam จำนวนมาก)

 

รองจ๋อ นำทีมสืบนครบาล รวบแก๊งเงินดำ ซ้อนแผนหลอก เฉลยกลโกง หมดเปลือก!
 

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ชาวผิวสี มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามคนร้ายรายสำคัญในเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ย่านซอยนานา โดยได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยไปที่งานรวมรถหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ 
 

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้อำพรางตัวเป็นผู้สนใจรถหรู การปลอมตัวแนบเนียนจนสะดุดความสนใจของแก๊งคนร้าย โดยที่คนร้ายดันเสนอตัวจะหาเงินทุนมาซื้อรถยนต์หรูให้ คนร้ายพยายามหว่านล้อมสรรพคุณความร่ำรวยของตนเอง ว่าเป็นเงินทุนจากธุรกิจมืด มีเงินสดอยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท (สองร้อยล้านบาท) แต่ทว่าเงินสดเหล่านั้นติดอยู่ที่ด่านสรรพากร
 

คนร้ายจึงชักชวนให้ชุดสืบสวนในคราบไฮโซเก๊ ร่วมลงทุนเป็นเงินสดไทยจำนวน 150,000 บาท อ้างเพื่อใช้สำหรับจ่ายใต้โต๊ะ พร้อมข้อเสนอว่าหากได้กระดาษจำนวนดังกล่าวออกมาแล้ว จะสามารถใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงได้ครบตามจำนวนที่ได้แจ้งไว้ โดยเสนอส่วนแบ่งให้จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยคนร้ายยังนัดหมายจะสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงโชว์ให้ดูอีกด้วย

 

รองจ๋อ นำทีมสืบนครบาล รวบแก๊งเงินดำ ซ้อนแผนหลอก เฉลยกลโกง หมดเปลือก!

กระทั่งวันที่ 1 ส.ค. 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนปฏิบัติการ "หลอกซ้อนลวง" ทลายขบวนการกลโกงสุดคลาสสิคที่ทำมาอย่างยาวนาน เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้แบบคาหนังคาเขา


เมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้าย 2 รายได้เดินทางมาพบตามนัดหมาย คนร้ายทำทีนำกระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตรฉบับ 100 ดอลลาร์ถูกนำไปเคลือบสารเคมี (หรือทาแป้งไอโอดีน) จนกลายเป็นสีขาวสีดำบังตาไว้ล่วงหน้า จากนั้นนำของเหลวมาทากับกระดาษสีขาว จนแปลงสภาพกลายเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์ อ้างว่าเป็นสารเคมีพิเศษ แต่แท้จริงเป็นเพียงวิตามินซีละลายน้ำ ล้างคราบชั้นนอกออก ทำให้เห็นหน้าเงินจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน


หลังจากคนร้ายสาธิตกลโกงเสร็จ เจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ ได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดธนบัตรและอุปกรณ์การต้มตุ๋นอีกหลายรายการก่อน นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย 
 

ต่อมาขยายผลหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐาน เกี่ยวกับการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมเป็นจำนวนมาก จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย ผลการตรวจค้นพบ กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร จำนวน 60,000 ฉบับ ซึ่งถูกเตรียมใช้พิมพ์เงินดอลล่าร์ปลอมราว 6 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ ภายในห้องพักของผู้ต้องหารายที่ 1 ย่าน ถ.ลาซาล 
 

และ จากการตรวจสอบห้องพักของคนร้ายรายที่ 2 ย่านหัวหมาก พบธนบัตรปลอม (เงินดำ) และหลักฐานอีกหลายรายการ อีกทั้งภายในยังพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติแคมมารูน อีก 2 ราย จึงได้ทำการจับกุมตัวในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฏหมาย  
 

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า แผนประทุษกรรมที่คนร้ายจะใช้หลอกลวงเหยื่อนั้นคือรูปแบบ "Black Money Scam" หรือสแกมธนบัตรดำ (หรือธนบัตรขาว) โดยใช้หลักการทางเคมีพื้นฐานบวกกับ มายากลต้มตุ๋น (ใช้ปฏิกิริยาของไอโอดีนและแป้ง หรือใช้สารละลายสีที่เคลือบไว้ออก) มาสร้างภาพลวงตาให้เหยื่อเชื่อว่ากระดาษเปล่ากลายเป็นเงินจริงได้ กลโกงนี้มีมาตั้งแต่ยุค 1990 และกระจายไปทั่วโลกทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
 

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าทำได้จริง มันจะมอบกระดาษขาวปึกใหญ่ (ซึ่งคราวนี้เป็น กระดาษเปล่าธรรมดา ไม่ใช่แบงก์จริงเคลือบ) พร้อมหลอดน้ำยาปลอม แล้วจะเชิดเงินหนีไป โดยการหลอกลวงลักษณะนี้ประชาชนโดยส่วนใหญ่เคยได้ยินหรือได้อ่านมาบ้างแล้ว ทว่ากลับไม่เคยมีใคร “ได้เห็นกับตา”
 

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการ “เปิดโปง” กลลวงนี้ได้ให้ประชาชนได้เห็น ในชั้นจับกุม นาย เรมี่ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองมีเครือญาติอยู่ในประเทศไนจีเรีย โดยในคดีนี้ตนเองไม่รู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ที่ตนเองได้แสดงการลอกคราบธนบัตรไปนั้นตนเองจำไม่ได้ว่าทำสิ่งใดลงไป” 
 

ส่วนนายเดวิด ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “สิ่งที่ตนเองได้ทำในวันนี้นั้น มีประสงค์เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า พวกตนมีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐของจริงที่ผ่านการใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพให้เป็นคล้ายกระดาษเปล่า อยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ200 ล้านบาท อยู่จริง โดยใช้กลอุบายเป็นวิธีการสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้เป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจ และยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ โดยถ้าหากว่าได้เงินแล้ว พวกของตนก็จะตัดขาดการติดต่อจากเหยื่อไป และแบ่งเงินที่หลอกลวงมาได้เท่ากันคนละครึ่ง ส่วนกระดาษเปล่าตัดขอบขนาดใกล้เคียงธนบัตร จำนวน 1 ถุงใหญ่ ของกลางรายการที่ 14 นั้น ได้ไปว่าจ้างร้านพิมพ์เอกสารเพื่อให้ช่วยตัดกระดาษเปล่าให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับจริง