ข่าว

ลูกชายเหยื่อ โผล่แฉเพิ่ม อ้าง "ป๋อง" เคยทำร้ายแม่ พยายามฝังทั้งเป็น

ลูกชายเหยื่อ โผล่แฉเพิ่ม อ้าง "ป๋อง" เคยทำร้ายแม่ พยายามฝังทั้งเป็น

02 ส.ค. 2569

ลูกชายเหยื่อ โผล่แฉเพิ่ม อ้าง "ป๋อง" เคยทำร้ายแม่ พยายามฝังทั้งเป็น แต่หนีรอดหวุดหวิด ซ้ำโดนขู่! หากพ้นโทษ จะกลับมาปิดปาก ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง

จากกรณีข่าวสุดสะเทือนขวัญ นายฑณา หรือ ป๋อง ร่วมกับพวก ก่อเหตุขู่ชิงรถจักรยานยนต์ของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนพาตัวไปทำร้ายจนเสียชีวิต และฝังร่างไว้ บริเวณเชิงเขาภราดร ริมถนนเลียบทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ พัทยา–มาบตาพุด) พื้นที่บ้านชากแง้ว หมู่ 10 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
 

และจากการขยายผลสอบปากคำนายธงชัย หรือธง ให้การรับสารภาพว่า เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.2569 นายป๋อง พร้อมพวก ได้ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปข่มขู่ทวงหนี้ครอบครัวหนึ่ง ถึงภายในบ้านพัก ก่อนจะใส่กุญแจมือจับตัวพ่อ แม่ และลูกสาว พาไปยังป่ามะพร้าว และยิงจนเสียชีวิต ก่อนฝังร่างทั้งหมดไว้หลุมเดียวกัน ห่างจากจุดฝังศพ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย เพียง 2 กิโลเมตร
 

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เล่าเหตุการณ์ อ้างว่ามารดาของตนเองเคยถูกนายป๋อง ลักพาตัวไปยังพื้นที่เขาชีจรรย์ แล้วถูกของแข็งทำร้ายศีรษะและใช้อาวุธมีคมปาดลำคอ แต่บาดแผลไม่ถูกหลอดลม ขณะที่ผู้ร่วมก่อเหตุรายหนึ่งพยายามพูดให้เปลี่ยนจุดฝังศพ เนื่องจากเกรงว่าจะมีชาวบ้านพบเห็น
 

ผู้โพสต์ระบุว่า ระหว่างผู้ก่อเหตุกำลังพาแม่ย้ายสถานที่ รถจักรยานยนต์เกิดเสียหลักล้ม ทำให้แม่ฉวยโอกาสควบคุมรถขี่หลบหนีตายเอาชีวิต กลับบ้านในสภาพบาดเจ็บสาหัส มีเลือดไหลทั่วร่าง และต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
 

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม นายฉัตร (นามสมมติ) ซึ่งเป็นลูกชายของหญิงผู้เสียหาย โดยเปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจหลังทราบข่าวการจับกุมนายป๋อง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเคยข่มขู่ว่า หากพ้นโทษจะกลับมาฆ่าปิดปาก ทำให้ครอบครัวใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด
 

นายฉัตร กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง และอ้างว่าในอดีตเคยก่อเหตุลักพาตัวผู้หญิงหลายครั้ง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งขยายผลตรวจสอบคดีเก่า รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เพราะเชื่อว่าอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีก
 

นอกจากนี้ นายฉัตรยังเล่าย้อนเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนว่า แม่ของตนเคยคบหากับผู้ต้องหา หลังถูกหลอกอ้างว่าเป็นอดีตตำรวจและสามารถจัดหายาเสพติดได้ ก่อนจะเกิดปัญหาขัดแย้ง กระทั่งผู้ต้องหาพร้อมพวกพาตัวแม่ออกจากบ้านไปยังพื้นที่เปลี่ยว
 

ระหว่างทาง ผู้ต้องหาอ้างว่าบริเวณดังกล่าวเคยใช้เป็นสถานที่ฝังศพหลายราย ก่อนลงมือทำร้ายแม่ของตนอย่างรุนแรงด้วยไม้เท้า จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะแตกและเส้นเอ็นแขนขาด
 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ผู้ต้องหาพยายามพาไปยังจุดก่อเหตุ รถจักรยานยนต์เกิดล้ม ทำให้แม่ฉวยโอกาสขับรถหลบหนีกลับเข้ามาในพื้นที่พัทยา ก่อนมีพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลและรอดชีวิตมาได้
 

นายฉัตร ยังอ้างว่าในช่วงเกิดเหตุ ตนเองเคยเดินทางไปตามหาแม่ที่บ้านของนายป๋อง และถูกผู้ต้องหานำอาวุธปืนมาจ่อศีรษะพร้อมข่มขู่ จึงเชื่อมั่นว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 รายในครั้งนี้ด้วย