
สธ. แจงปม "หมอพร้อม" ยัน เคสที่ปทุมธานี แค่คีย์พลาด ลุยเช็กย้อนหลัง
รมว.สธ ยืนยันหมอพร้อมยังใช้งานได้ปกติ เป็นเพียง application แสดงผล ไม่ได้อยู่ในสวนให้บริการ ทั้งนี้ตั้ง3ประเด็นพบความผิดปกติ เร่งตรวจสอบหาต้นต่อ หากพบการทุจริตเบิกเท็จผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามพบความผิดปกติ ที่จังหวัดปทุมธานี 100 กว่าเคสเป็นการคีย์ข้อมูลผิดของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เมื่อวานมีการแจ้งความผิดปกติมาแล้วกว่า 400 รายการ
วันที่ 27 ก.ค.2569 ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีที่มีผู้ออกมาเปิดเผยแอปพลิเคชันหมอพร้อมมีการแสดงผลไม่ตรงกับการรักษาตามจริง ว่า
สำหรับแอปพลิเคชันหมอพร้อม เป็นแอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นในช่วงของโควิด และข้อมือและมีข้อมูลของประชาชนอยู่จำนวนมาก โดยแอปพลิเคชันหมอพร้อม เป็นเพียงแอปพลิเคชัน ที่ใช้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยให้บริการ และคืนข้อมูลการรักษาด้านสุขภาพให้กับประชาชนได้รับรู้เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ต่อมามีการพัฒนา ให้เริ่มมีการจองคิวรับวัคซีน คิวพบแพทย์ และบริการต่างๆที่เกี่ยวกับโรงพยาบาล
เมื่อประชาชนไปรับบริการ อย่างใดอย่างหนึ่งที่หน่วยบริการ หน่วยบริการดังกล่าวจะบันทึกข้อมูลส่งเข้ามาในระบบเพื่อแสดงผลในแอปพลิเคชัน ซึ่งหน่วยบริการที่ว่านี้ อาทิ เช่นโรงพยาบาลทุกระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ทั้งที่มีการถ่ายโอนไปแล้ว และยังที่ไม่ได้มีการถ่ายโอน รวมไปถึงโรงพยาบาลเอกชน ดังนั้น แอปพลิเคชันหมอพร้อม จึงเป็นเพียงแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับการแสดงผลว่า ได้มีการไปรักษาที่โรงพยาบาลไหน ไปรับยาอะไร ไปตรวจแลปที่ไหน หรือตรวจอะไรมาบ้าง ดังนั้นในปัจจุบันแอปพลิเคชัน ยังคงแสดงผลและใช้งานได้ตามปกติ
ซึ่งกรณีที่แอปพลิเคชัน แสดงข้อมูลไม่ตรงกับ การเข้าไปใช้บริการสิ่งของประชาชน อาจจะเป็นไปได้ด้วยกัน 3 กรณี
1. การบันทึกข้อมูลผิด
2. เรื่องของการเบิกเท็จ
3. การไปใช้บริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่
ซึ่งประชาชนเองก็อาจจะไม่รู้ว่าหน่วยที่ไปใช้บริการนั้นมาจากโรงพยาบาลอะไร ทำให้เกิดความสับสน ขึ้นได้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้หากประชาชนท่านใด ที่พบความผิดปกติแอปพลิเคชันหมอพร้อมที่การบันทึกการให้บริการไม่ตรงกับการใช้บริการจริง สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูล ได้ด้วยการกดเข้าไปที่ประวัติการใช้บริการจะมีไอคอนเป็นรูปดินสอ เมื่อแก้ไขข้อมูลเรียบร้อยแล้วระบบหลังบ้านจะทำการพิจารณาปรับแก้ให้ ตรงตามความเป็นจริง แต่ข้อมูลดังกล่าวจะไม่หายไป จะอยู่ในระบบหลังบ้านเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบ ว่ากรณีดังกล่าวผิดพลาดที่ส่วนใด เนื่องจากข้อมูลสามารถเช็คย้อนกลับไปที่ต้นทางที่ให้บริการได้อยู่แล้วว่าให้บริการจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าพบว่ามีการเบิกเท็จ ก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครกระทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบ
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังเสริมว่า จากการตั้งข้อสงสัยใน 3 ประเด็นข้างต้นยังไม่ได้มีการตัดประเด็นใดทิ้ง รวมไปถึงที่หลายคน กลัวว่าข้อมูลที่ผิดพลาดดังกล่าวจะเป็นการสวมสิทธิ์ให้ชาวต่างด้าว หรือไม่ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงต้นทางจุดที่ให้บริการ ส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสัก 2-3 วัน หลังจากได้รับการแจ้ง ส่วนประเด็นที่จะแจ้งให้ประชาชนทราบได้อย่างไรว่าข้อมูลของตัวเองนั้นได้รับการตรวจสอบแล้วนั้น รวมไปถึงกรณีที่หลายคนกังวล ว่าการที่ข้อมูลไม่ตรงกับการใช้บริการจริงแบบนี้จะกระทบกับประกันสุขภาพหรือไม่ ทั้งนี้ขอให้คณะไปหารือเพื่อหาแนวทางก่อน
ด้าน นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลในประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าการเข้าใช้บริการในระบบจะต้องมีการ เปิด-ปิด ด้วยบัตรประชาชน ซึ่งหลายกรณีมีการเปิด-ปิดการใช้บริการด้วยบัตรประชาชนจริงๆ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่ามีการสวมสิทธิ์หรือไม่ ว่า โดยปกติแล้วระบบของหมอพร้อมจะเป็นการส่งข้อมูลจากสถานพยาบาล ซึ่งแต่ละสถานพยาบาลจะมีระบบออร์เทนด้วยบัตรประชาชน โดยการเสียบบัตรที่บริเวณตู้เขียว แต่ก็มีกรณี เช่นการออกหน่วยนอกพื้นที่ ที่อาจจะใช้วิธีการเขียนทำให้มีการบันทึกข้อมูลผิดพลาดได้
ส่วนการตรวจสอบข้อมูล ภายหลังจากที่ให้ประชาชนแจ้งความผิดปกติเข้ามาขณะนี้พบว่า ในแต่ละวันจะมีประชาชนทยอยแจ้งความผิดปกติเข้ามาเรื่อยๆ โดยเมื่อวาน มีการแจ้งเข้ามากว่า 400 กว่ารายการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลในทุกๆวัน และมีการประชุม ติดตามความเคลื่อนไหวรานวันเช่นเดียวกัน
ส่วน นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมกรณีการตรวจสอบของโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ที่มีความผิดปกติกว่า 100 รายการ ว่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่ได้เป็นการตรวจเท็จ แต่เป็นการบันทึกข้อมูลผิด เนื่องจากการตรวจในครั้งแรกเป็นการเข้ามาใช้บริการจริง แต่ในครั้งที่2 เป็นความเข้าใจของบุคลากร ประชาชนคนนั้นไม่ได้รับบริการ ไม่ได้มีการเบิกยา เป็นข้อมูลบันทึกข้อมูลลงระบบผิด อย่างไรก็ตามการให้บริการทางการแพทย์ใหญ่จะมีการยืนยันตัวตนได้หมด แต่ก็มีบางกรณีอาจจะไม่ได้มีการยืนยันตัวตนอย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนนี้เราก็ได้มีการสอบถามไปถึง สปสช. ด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม รมว. กระทรวงสาธารณสุข เชิญชวน ทุกหน่วยงานที่เป็นหน่วยให้บริการ ทั้งโรงพยาบาลในสังกัด หรือนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หน่วยให้บริการของหลักการสุขภาพแห่งชาติ ภาคเอกชน ขอให้เชื่อมโยงข้อมูลกับทางหมอพร้อม เพราะนี่คือการส่งข้อมูล เพอร์ซันนัล เฮลธ์ เรคคอร์ด ส่วนบุคคลให้กับประชาชนอย่างแท้จริง และข้อมูลในส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ในการบริหารงบประมาณการวางนโยบาย การจัดหาวัคซีน ยาเวชภัณฑ์ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพของประชาชนแต่ละบุคคลเช่นเดียวกัน



