ข่าว

อาลัย "หลวงปู่ทิวา อาภากโร" พระนักปฏิบัติสายวัดป่า ละสังขาร สิริอายุ 93 ปี

อาลัย "หลวงปู่ทิวา อาภากโร" พระนักปฏิบัติสายวัดป่า ละสังขาร สิริอายุ 93 ปี

16 ก.ค. 2569

"หลวงปู่ทิวา อาภากโร" พระนักปฏิบัติธรรมและพระธรรมทูตสายวัดป่ากรรมฐาน ละสังขารอย่างสงบ ณ รพ.จุฬา สิริอายุ 93 ปี 68 พรรษา

16 ก.ค. 2569 มีรายงานว่า หลวงปู่ทิวา อาภากโร ละสังขารแล้วด้วยอาการอันสงบ เวลา 16.15 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริอายุ 93 ปี 68 พรรษา


หลวงปู่ทิวา อาภากโร เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2476 ท่านเป็นอดีตนายทหารเรือออกบวชเมื่อปี พ.ศ.2501 โดยมี ท่านเจ้าคุณพระราชมุนี (หลวงปู่โฮม โสภโณ) เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร  จากนั้นหลวงปู่โฮมได้ส่งตัวท่านไปอบรมธรรมอยู่กับหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ที่วัดเขาไทรสายยัณห์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่โฮม เป็นผู้สร้าง และคุณหลวงปริญญาโยควิบูลย์ บิดาของท่านพระอาจารย์ทิวา เป็นโยมอุปัฏฐากอยู่

อาลัย "หลวงปู่ทิวา อาภากโร" พระนักปฏิบัติสายวัดป่า ละสังขาร สิริอายุ 93 ปี

 

ภายหลังจากท่านบวชได้ 1 พรรษา ท่านก็ได้ลาออกจากราชการทหารเรือเลยทีเดียว เพราะท่านต้องการพ้นทุกข์ และ ออกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามพ่อแม่ ครูอาจารย์ คือ หลวงปู่หลุย จันทสาโร ศิษย์ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นพระธรรมทูต ตั้งแต่ พ.ศ.2524 และท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธเบญจพล เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมันนี


ตลอดระยะเวลาที่อยู่วัดเขาไทรสายัณห์นี้ ก็ได้คุณหลวงปริญญาโยควิบูลย์ และได้คุณหมอเรืองเป็นผู้อุปถัมภ์ ซึ่งในปีนี้ คุณหลวงปริญญาโยควิบูลย์ ก็ได้อุปสมบทบุตรชาย คือ เรือตรีทิวา เมื่อทำการอุปสมบทแล้วก็ได้นำมาฝากให้ศึกษาธรรมจากหลวงปู่ และปีนี้ พันเอกพิเศษ อาจารย์ณรงค์ แสงมณี ก็ได้อุปสมบทและได้มาจำพรรษาด้วยกัน หลังจากออกพรรษาแล้วอาจารย์ณรงค์ แสงมณี ก็ลาสิกขาไปปฏิบัติราชการต่อ 

 

ส่วนพระอาจารย์ทิวา อาภากโร ได้รับผลจากการบวชปฏิบัติธรรมมีความซาบซึ้งมาก จึงได้ลาออกราชการขอรับใช้พระศาสนามาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้
 

สำหรับโอวาทธรรม "หลวงปู่ทิวา อาภากโร"


“..ไม่ตื่นตระหนก มีสติ ไม่ประมาท จะอยู่ที่ไหนก็ตาย เราเกิดมาเพื่อตาย ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ตายซักคน เกิดเท่าไหร่ตายเท่านั้น ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาทองที่จะพิจารณาความตายดีที่สุด เราจะตายแบบคนทั่วไป หรือเราจะตายไปพร้อมบุญและกุศลคุณความดี..”


“..วัดอยู่ที่ไหน ศาสนาไม่ได้อยู่ที่วัด ศาสนาไม่ได้อยู่ที่ตำราคัมภีร์ วัดอยู่ที่ใจเรานี่ ศาสนาก็อยู่ที่ใจเรานี่ ฉะนั้นให้เรามาค้นดูที่ใจ มาศึกษาดูที่ใจ ฤาษีตนหนึ่งในสมัยพุทธกาลมีฤทธิ์มาก มีอภิญญามาก ต้องการดูที่สุดของโลกที่สุดของจักรวาล จึงเหาะขึ้นไปในอากาศด้วยความเร็ว เหาะไปอยู่ร้อยปีจนตายไปในอากาศ ก็ไม่เจอที่สุดของโลกของจักรวาล เมื่อตายไป ไปบังเกิดเป็นพรหม ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงได้กราบเรียนถามพระพุทธเจ้าว่า ที่สุดของโลกที่สุดของจักรวาลอยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ที่สุดของโลกที่สุดของจักรวาล อยู่ที่ใจเรานี่ ให้เข้ามาดูที่ใจ มาค้นดูศึกษาดูที่ใจ วัดทั้งหลายนั้นจึงยังไม่ใช่ศาสนา แต่ศาสนาคือวัด วัดดูที่ใจเรานี่..”

 

ที่มา : ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน และ เพจ 108 พระเกจิ