
สรุปคำร้องฝากขัง ขบวนการ "ทุจริตสอบท้องถิ่น" เปิดพฤติการณ์ละเอียดยิบ
สรุปคำร้องฝากขัง "ศตพร" 1 ในขบวนการ "ทุจริตสอบท้องถิ่น" เปิดพฤติการณ์ละเอียดยิบ มีทั้งหมด 4 กลุ่ม แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน ล่าสุดศาลไม่ให้ประกัน
14 ก.ค. 2569 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำตัว น.ส.ศตพร อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น มาฝากขังครั้งแรก ต่อศาลอาญา
พฤติการณ์แห่งคดีคือ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569 ป.ป.ช.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปปป. นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัท สามเมือง ที่จังหวัดนนทบุรี พบบุคคลกว่า 10 คนกำลังทำการแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบของการสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 11 เครื่อง คอมพิวเตอร์พกพา 2 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์ แฟลชไครฟ์ เครื่องบันทึกวิดีโอ กระดาษคำตอบ 9,058 แผ่น กล่องบรรจุกระดาษคำตอบ 19 ซอง ซองเอกสารบรรจุใบเสร็จ 3 ซอง เอกสารและกระดาษคำตอบรวม 1,355 แผ่น รายชื่อเจ้าหน้าที่ เอกสารอื่นๆ 967 แผ่น แฟ้มเอกสาร 2 แฟ้ม และรายการลงชื่อระบุตัวเลข 873 แผ่น
ต่อมาวันที่ 24 มิ.ย. กระทรวงมหาดไทย โดยนายสุบิน แสงสุริยา ผู้รับมอบอำนาจผู้กล่าวหาที่ 1 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้สอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และความผิดที่เกี่ยวข้องให้ได้รับโทษทางกฎหมาย
วันที่ 26 มิ.ย. 2569 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายชัยชนะ โชคจำปา ผู้รับมอบอำนาจผู้กล่าวหาที่ 2 เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำผิด มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีการเปิดผนึกรายชื่อ คะแนนสอบดังกล่าว เพื่อนำข้อความในเอกสาร ออกมาเปิดเผย ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นการกระทำผิดอาญาฐาน เปิดเผยความลับ
ในเดือน ม.ค. 2569 นายพิชิต ได้ตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมาเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารในการแก้ไขคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบ ให้กับผู้ที่จ่ายเงินให้กลุ่มผู้จ้องหา เพื่อให้เป็นผู้สอบผ่านข้อเขียน
นายพิชิต จะส่งไฟล์ที่เป็นคะแนนของผู้สอบมาให้ทำการแก้ไขโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือคะนนสอบภาค ก.แก้ไขให้ผ่านเกณฑ์การสอบ และภาค ข.แก้ไขให้ตรงกับที่นายพิชิต แจ้งมาให้แก้ไข
ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 3 มิ.ย. นายพิชิต ได้แจ้งนายฉัตรพิศุทธิ์ ให้ไปพบนายวิน ที่บริษัทเพื่อพูดคุยเรื่องการแก้ไขกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ ก่อนที่นายวิน จะแจ้งให้ทำเครื่องหมายสีแดงลงในกระดาษตามที่เคยคุย และจะมี น.ส.ศตพร เป็นผู้ส่งฮาร์ดดิสก์ ที่มีข้อมูลไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบของผู้สมัคร
ต่อมา น.ส.ศตพร ส่งฮาร์ดดิสก์ให้กับนายฉัตรพิศุทธิ์ ในวันที่ 7 มิ.ย. เพื่อทำการแก้ไขข้อมูล ก่อนที่นายพิชิตจะตั้งกลุ่มไลน์ KEYS เพื่อใช้ส่งข้อมูลแก้ไขเครื่องหมายสีแดงและใช้สื่อสารกันในการแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบ บุคคลที่อยู่ในบริษัท สามเมือง 22 ราย ทำการแก้ไขและปลอมเอกสาร จะทำการพิมพ์กระดาษคำตอบเปล่าออกมา และเจาะรูเพื่อนำเฉลยมาทำกับสำเนากระดาษคำตอบของผู้สมัครที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน แล้วทำเครื่องหมายสีแดงลงในกระดาษคำตอบ เพื่อแก้ไขคะแนนแล้วนำไปสแกนเป็นไฟล์ภาพ บันทึกไว้กับฮาร์ดดิสก์ แล้วส่งกลับไปให้นายวิน หรือ น.ส.ศตพร
ต่อมาในวันที่ 22 มิ.ย. ขณะที่ นายฉัตรพิศุทธิ์กับพวก กำลังแก้ไขคะแนนและกระดาษคำตอบ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปปป.เข้าตรวจค้นบริษัทสามเมืองและพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเอกสารดังกล่าว
จากการสืบสวนพบขบวนการทุจริตแก้ไขข้อมูลการสอบบรรจุข้าราชการ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน เพื่อกระทำผิดกฎหมายอาญา ดังนี้
1. กลุ่มผู้สั่งการ ประกอบด้วย นายพิชิต ทั้งพรม เจ้าของบริษัท สามเมือง เจริญรุ่งเรือง จำกัด ซึ่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการหลัก โดยทำหน้าที่สั่งการและส่งไฟล์ Excel ที่มีรายชื่อผู้สมัครที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งและคะแนนที่ต้องการแก้ไขให้แก่ นายฉัตรพิศุทธิ์ และพวก เพื่อให้แก้ไขกระดาษคำตอบให้ตรงกับรายชื่อที่ประกาศไว้ และสั่งการให้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อสั่งงาน
2. กลุ่มบริหารจัดการ จัดหาและรับ-ส่งมอบ External Harddisk ที่บรรจุไฟล์เฉลย กระดาษคำตอบ รายชื่อ และคะแนน เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และแก้ไขด้วยการทำเครื่องหมายสีแดงในช่องคำตอบเพื่อเปลี่ยนแปลงคะแนน โดยมีการติดต่อกับนายวินฯ ที่บริษัท ทริปเปิ้ล คอร์ปอเรท จำกัด จ.นนทบุรี เพื่อวางแผนการทุจริต
3. กลุ่มปฏิบัติงาน เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์ชื่อ "KEYS" ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลและแก้ไขมาร์คสีแดงในภาพกระดาษคำตอบ
4. กลุ่มทำหน้าที่ในการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม กระดาษ และสิ่งของอุปโภคบริโภค
จากการสืบสวนสอบสวน พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหากับพวกมีมูลความผิดทางอาญา เกิดขึ้นและมีพยานหลักฐานตามสมควรเชื่อได้ว่า นายพิชิต นายวิน และน.ส.ศตพร กับพวกที่เกี่ยวข้องได้รวมตัวเป็นคณะและสมคบกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำผิดกฎหมายอาญากระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำในการสั่งการ การจัดหาบุคคล การลักลอบเอาข้อมูลไฟล์คะแนน ไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบที่ปรากฏข้อความด้วยความหมายเป็นเอกสารของทางราชการ อันเป็นข้อมูลความลับของทางราชการของการสอบแข่งขันบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568
นำมาเปิดเผยและนำเอามาแก้ไขคะแนนในระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขในกระดาษคำตอบด้วยการทำมาร์คสีแดง อันเป็นการแก้ไข เปลี่ยนแปลงเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และปลอมเอกสารราชการ มีการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการทำงาน มีวิธีการแก้ไขและการบริหารสั่งการการทำงาน มีการจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม กระดาษ และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยใช้บริษัท สามเมือง เจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด เป็นสถานที่หลักในการปฏิบัติการของกลุ่มผู้ต้องหา นายพิชิต กับพวก ย่อมรู้และมีส่วนร่วมในขบวนการ และได้รู้ถึงวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายรวมกันที่กระทำผิดกฎหมายอาญา กระทำโดยทุจริต แสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอศาลอาญาออกหมายจับ น.ส.ศตพร ก่อนจับกุมตัวและแจ้งข้อหา ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมตัวตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ทราบ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสิ่งของตรวจยึด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นนั้นออกเปิดเผย, และโดยทุจริตร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงขอฝากขังครั้งเเรกผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ถึง 25 ก.ค.2569
พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจาก ผู้ต้องหากระทำความผิดหลายคน ทำเป็นขบวนการ การกระทำกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน กระทำต่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนหลายฝ่าย มีความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และมีผู้ที่้เกี่ยวข้องหลบหนี หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมา น.ส.ศตพร ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาพิจารณาเเล้ว มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ศตพร ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องนำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป



