
อธิบดีกรมการปกครอง กำชับเข้ม! วินัยข้าราชการทั่วประเทศ
อธิบดีกรมการปกครอง กำชับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด หากปรากฏข้อมูล ข้าราชการปฏิบัติตนไม่เหมาะสมหรือทุจริต ฟันวินัย-อาญา สั่งพัก-ให้ออกจากราชการ
3 ก.ค. 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อมวลชน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าจับกุม ตรวจค้น หรือดำเนินคดีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตลอดจนกรณีที่มีข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แม้บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือกระบวนการตามกฎหมาย แต่ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
เพื่อรักษามาตรฐานการปฏิบัติราชการและธำรงไว้ซึ่งความศรัทธาของประชาชน วันที่ 3 ก.ค. 2569 อธิบดีกรมการปกครองจึงได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง กำชับแนวทางการดำเนินการกรณีปรากฏข่าวสาร การจับกุม หรือการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อกำชับให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ และจรรยาข้าราชการอย่างเคร่งครัด หากปรากฏข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหา หรือข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิดทางวินัย ทางอาญา หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยเร็ว หากมีมูลเพียงพอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทันที แต่หากข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน ให้เร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยไม่ชักช้า
สำหรับกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกรมการปกครอง หรือเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงกรณีที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครองหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าดำเนินคดีในพื้นที่ ให้จังหวัดเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อกรมการปกครองโดยเร็ว พร้อมทั้งกรมการปกครองอาจพิจารณาดำเนินมาตรการทางการบริหารงานบุคคล เช่น การเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือพิจารณาให้ช่วยราชการส่วนกลาง เพื่อให้การสืบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
นอกจากนี้ หากผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีมูลความผิดทางวินัย ทางอาญา หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามจรรยาข้าราชการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกียรติ ศักดิ์ศรี และภาพลักษณ์ของทางราชการ ให้ดำเนินการทางวินัย ทางอาญา และมาตรการทางการบริหารตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการพิจารณาสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามมาตรา 101 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมรายงานผลการดำเนินการให้กรมการปกครองทราบโดยเร็ว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือจรรยาข้าราชการ โดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษามาตรฐานขององค์กร สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนภารกิจของกรมการปกครองภายใต้แนวคิด "อำเภอพึ่งได้"



