
"ทนายตั้ม" โล่งอก! ศาลไม่ถอนประกัน แต่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม
"ทนายตั้ม" โล่งอก! ศาลอาญา ไม่ถอนประกัน แต่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามออกสื่อวิจารณ์ ลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน
30 มิ.ย. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผนดิน พร้อมด้วย น.ส อัจฉรา แสงขาว ทนายความของ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ได้ยื่นขอให้ศาลเพิกถอนประกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ในคดีฉ้อโกงเงิน จำนวน 71 ล้านบาท ภายหลัง ศาลอาญาเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แต่ "ทนายตั้ม" ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงพยานสำคัญในคดีนี้
โดยช่วงเช้าวันนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส อัจฉรา แสงขาว ทนายความ ได้เดินทางมาศาล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ว่า จะขอชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดหลังการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของรายการสนธิทอร์ค ได้เดินทางมาศาลอาญา เพื่อร่วมฟังการไต่สวนถอนประกัน "ทนายตั้ม"
ศาลพิเคราะห์ตามคำร้องและคำแถลงของคู่ความในวันนี้แล้ว เห็นว่า กรณียังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างอุทธรณ์ แต่เห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติมให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยห้ามมิให้จำเลยที่ 1 ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือนำพยานหลักฐานในคดีออกมาวิจารณ์ในลักษณะลดทอนความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือกระทำการใดอันอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด
ส่วนที่ทนายโจทก์ร่วมขอให้ศาลไต่สวนกรณีจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล เห็นว่า ความผิดฐานดูหมิ่นศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 เป็นคดีอาญาที่ต้องมีขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ สอบสวน ฟ้องร้องและพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามปกติ มิใช้ให้ศาลมาไต่สวนเอง
สำหรับการลงโทษละเมิดอำนาจศาลนั้น เป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ ทั้งศาลมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการหรือเครื่องมือบางอย่างสำหรับให้อำนาจศาลในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อควบคุมกระบวนพิจารณาคดีให้ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย เป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมและรวดเร็ว เพื่อให้ศาลปฏิบัติหน้าที่ได้ได้โดยไม่ถูกรบกวนหรือถูกคุกคามจากอิทธิพลภายนอก จนกระทบกับการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ สามารถอำนวยความยุติธรรม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ตามความมุ่งหมายของภฎหมาย
อีกทั้งในปัจจุบันปรากฏว่ามีการกระทำความผิดเป็นการรบกวน ขัดขวาง และข่มขู่ เป็นปฏิปักษ์หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือคำสั่งศาล มีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่การที่ศาลจะใช้กฎหมายในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในกรณีใด ศาลพึงต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและไม่ลุแก่อำนาจ
เมื่อจำเลยที่ แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาวันนี้ ว่าจะไม่กระทำการใดที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นการละเมิดอำนาจศาลและศาลได้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เพิ่มเติมดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 โดยไม่ต้องไต่สวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องในส่วนนี้เสียทั้งนี้ กำชับให้จำเลยที่ ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ระหว่างปล่อยชั่วคราวเคร่งครัด มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว



