
เช็กเส้นเงิน "แอร์สาว" ขนเฮโรอีน ยังไม่พบความผิดปกติ เร่งล่า "โรส" เฟซบุ๊กอวตาร
ป.ป.ส. เช็กเส้นเงิน "แอร์สาว" ขนเฮโรอีน ยังไม่พบความผิดปกติ เร่งล่า "โรส" เฟซบุ๊กอวตาร จ้างหิ้วของ สอบปากคำแม่ ครอบครัวธรรมดา ลูกยังต้องใช้หนี้ กยศ.
30 มิ.ย. 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการจับกุมแอร์โฮสเตสสาว ฐานลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย พร้อมของกลางยาเสพติดประเภท 1 (เฮโรอีน) ว่า ป.ป.ส. ได้รับการประสานงานจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เนื่องจากได้จับกุมหญิงไทยที่เป็นลูกเรือของสายการบินไทย ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
โดย ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมของแอร์สาว ทำให้ได้เห็นภาพข้อมูลตั้งแต่ที่ไรเดอร์ นำกล่องพัสดุที่เข้าใจว่าเป็นกระเป๋ามีซุกซ่อนเฮโรอีนอยู่ด้านในมาส่งที่คอนโดฯ โดยแอร์คนดังกล่าวยังไม่ได้อยู่รับด้วยตัวเอง จึงได้ฝากไว้กับทางคอนโดฯ จากนั้นเมื่อแอร์สาวกลับมา ก็มารับกล่องพัสดุเข้าไปที่ห้องของตัวเอง
พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า การตรวจค้นห้องพักในคอนโดฯ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมเชิญแฟนหนุ่มของแอร์สาวมาพูดคุยด้วยและได้รับความร่วมมือ ส่วนภาพกล้องวงจรปิดของคอนโดฯ ก็พบว่ามีความสอดคล้องกัน คือ มีรถของไรเดอร์ มาจอดและส่งกล่องพัสดุดังกล่าว เป็นลักษณะกล่องลังสีน้ำตาลขนาดใหญ่ และภายในมีกระเป๋าสูง 1 ฟุต จำนวน 12 ใบ ซึ่งบางใบก็มีการรูดซิปไว้ บางใบก็มีการเปิดซิปไว้ มีการนำออกจากกล่องไปใส่กระเป๋าสัมภาระเดินทางของลูกเรือ และเอากล่องสีน้ำตาลทิ้งไว้
เบื้องต้นจากการประสานข้อมูลกับทาง AFP แจ้งมาว่า แอร์สาวได้ให้การว่าได้รูดซิปเปิดดู ก็ไม่ได้เห็นมีการนำเฮโรอีนใส่ในกระเป๋า เพราะถูกซีนไว้ในเนื้อผ้ากระเป๋าแล้ว ซึ่งในจำนวน 12 ใบมีเพียง 2 ใบที่มีเฮโรอีนอยู่
พ.ต.ต.สุริยา เผยว่า ป.ป.ส. มีการตรวจสอบพบว่าแอร์สาวรายนี้มีการไปโพสต์ในกลุ่มรับหิ้วของจากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ และทราบว่ามีการพูดคุยกับเฟซบุ๊กอวตารชื่อ "โรส" หาส่งของมีพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทางประมาณ 20 กิโลกรัมหรือไม่ เพื่อจะนำส่งผลิตภัณฑ์โอท็อปสินค้าไทย เป็นกระเป๋าส่งไปประเทศออสเตรเลีย แต่แอร์สาวได้ทักท้วงว่าไม่รับของที่มาจากเฟซบุ๊กอวตาร ซึ่งเฟซบุ๊กอวตารบอกว่าลองตรวจสอบได้
จากนั้น มีการตกลงรับงานกันในราคา 8,800 บาท ข้อเท็จจริงตรงนี้เป็นเรทราคาที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าในกลุ่มหิ้วของ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการติดตามตัว Grab รายนี้มาสอบถามข้อมูล ตนจึงฝากประชาสัมพันธ์ขอให้เร่งมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
พ.ต.ต.สุริยา เผยต่อว่า ส่วนแฟนหนุ่มรู้ว่าแอร์สาวมีการรับงานหิ้วของ แต่ระหว่างเมื่อถึงประเทศออสเตรเลีย ก็ไม่สามารถติดต่อแฟนสาวได้ จึงโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่เป็นแอร์ด้วยกันกับแฟนสาว ทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมตัว ทั้งนี้ กฎหมายของออสเตรเลียจะไม่อนุญาตให้คนอื่น นอกเหนือจากผู้ปกครองคนเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถคุยกับผู้ต้องหาได้
อย่างไรก็ตาม สถานะของแอร์สาวตอนนี้ ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเธอรู้เห็นในขบวนการ ตนขอทำให้รอบคอบที่สุด เพราะการเปิดเผยตนว่าตัวเองรับหิ้ว ก็เป็นการรับดำเนินการในสินค้าและของฝากทุกชนิด ซึ่งก็ต้องดูแรงจูงใจและผลตอบแทนที่ได้
"เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบที่บ้านพักใน จ.พะเยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำคุณแม่ของแอร์สาวรายนี้ และทราบว่าเธอกลับบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และมีการส่งเงินให้ทางบ้านเพื่อไปผ่อนรถ ซึ่งรถที่เธอใช้อยู่เป็นชื่อของคุณแม่ เธอก็เลยต้องส่งเงินให้เดือนละ 10,000 บาท ให้คุณแม่เพื่อผ่อนรถตัวเองที่ใช้ในกรุงเทพฯ ซึ่งการผ่อนรถในราคา 8,000 บาท ก็จะมีเงินที่เหลือให้กับคุณแม่ประมาณ 2,000 บาท จากการสอบถามเบื้องต้นกับคุณแม่ของแอร์สาว ยังต้องใช้หนี้ กยศ. มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ สภาพครอบครัวเป็นบ้านต่างจังหวัดทั่วไป ครอบครัวทำไร่ทำนา"
พ.ต.ต.สุริยา เผยอีกว่า ป.ป.ส. ยังได้ประสานไปยังสถานทูตไทยในออสเตรเลีย เพื่อดูแลทางผู้ต้องหา เพราะอย่างน้อยที่สุดเขาก็เป็นคนไทย ผิดถูกเป็นอย่างไร รู้เห็นหรืออยู่ในขบวนการ หรือถูกหลอกให้หลงเชื่อให้นำพายาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นสถานทูตไทยในออสเตรเลีย ก็ได้ดูแลผู้ต้องหาด้วยการประสานกับทางการออสเตรเลียอยู่แล้ว
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวเสริมว่า ทางสนามบินปกติแล้วจะมีมาตรการเข้มงวดอยู่แล้ว เป็นข้อห้ามของลูกเรือ หรือพนักงานสายการบินไทย และเป็นกฎทุกครั้งที่สนามบิน หรือสายการบินทุกสายการบินจะต้องตระหนักในกฎของการรับฝากของ และยิ่งตนเองรู้แล้วยังกระทำตรงนี้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ว่าเมื่อคุณรู้กฎเกณฑ์นี้ดีแล้ว เหตุใดจึงยังทำอีก ซึ่งเป็นเรื่องของเจตนาที่จะนำพาไป แต่คำถามคือรู้หรือไม่ว่าเป็นยาเสพติด สำหรับการรับงานรับหิ้วฝากของของแอร์สาว พบว่ามีการทำมาแล้วหลายครั้ง แต่การทำอาชีพแอร์โฮสเตส เธอเพิ่งทำมาได้ 2 ปี
พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า สำหรับเฟซบุ๊กที่ชื่อ "โรส" เจ้าหน้าที่กำลังดูและกู้ข้อมูลทั้งหมด เพราะหลังจากของไม่ถูกส่งถึงปลายทางก็พบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าว ก็มีการปิดบัญชีแล้ว แต่มีรูปหน้าคนในโปรไฟล์จริง โดยประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศปลายทางที่ลักลอบส่งยาเสพติดมากที่สุด ช่วงสองปีที่ผ่านมา มีประมาณ 30 กว่าคดีที่จับกุมได้ ซึ่งทางการออสเตรเลียจะมีเงื่อนไขจากความผิดฐานส่งออกยาเสพติด มีโทษสูงสุดและเป็นความผิดร้ายแรง ถ้าโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต และก็จะไม่ส่งพยานหลักฐานข้อมูลมาให้ทางฝ่ายไทยด้วย
"ทางการออสเตรเลียยังไม่มีการเปิดเผยว่าปลายทางของเฮโรอีนล็อตดังกล่าวของแอร์สาวรายนี้เชื่อมโยงกับบุคคลใด เป็นคนไทยหรือเป็นคนออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลต่อเนื่อง จึงยังไม่ก้าวล่วงตรงนั้น เพราะเขาก็หวังผลที่จะดำเนินการเครือข่ายภายในประเทศของเขาให้ได้เช่นเดียวกัน ตอนนี้ทางการไทยยังไม่ได้เข้าไปร่วมสอบปากคำด้วย เนื่องจากแอร์สาวรายนี้ยังอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวโดยทางการออสเตรเลียอยู่ แต่เราก็ขยายผลด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าว ตัวละครกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง"
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุอีกว่า มาตรการเฝ้าระวัง เดิมจะเป็นบุคคลคนทั่วไป นักท่องเที่ยวซึ่งกลุ่มขบวนการก็จะมองว่านักท่องเที่ยวโดนจับกันเยอะเพราะมีประวัติสามารถตรวจสอบได้ ถ้าเป็นบุคคลทั่วไป หรือพลเรือนก็จะมีความเข้มข้นมาก แต่ถ้าเป็นลูกเรือการตรวจต่างๆ อาจจะยังมีช่องว่าง หรือมีการดำเนินการที่คิดว่าคนกลุ่มนี้รู้ระเบียบรู้กฎหมายดี และกลุ่มขบวนการยาเสพติดจึงใช้วิธีการค้นหาคนที่เป็นลูกเรือ เช่น เป็นแอร์โฮสเตสเพื่อมาทำหน้าที่นี้แทน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจเข้มข้นของฝ่ายเจ้าหน้าที่
พ.ต.ต.สุริยา ระบุเพิ่มเติมว่า เชื่อว่าเป็นขบวนการคนไทย แต่ขอทำการสืบสวนอย่างชัดเจนก่อน ส่วนตัวละครที่ชื่อว่า “โรส” เราก็ต้องใช้ความพยายามที่สุดในการที่จะเจอตัว อยากได้ความร่วมมือจากคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งไรเดอร์ที่เป็นคนส่งพัสดุ หากใครรู้ว่าตนเองเกี่ยวข้องก็เข้ามาให้ข้อมูล ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินแอร์สาวก็ยังไม่พบความผิดปกติ



