ข่าว

ป.ป.ส. ประสาน AFP ลุยค้น ห้องพักแอร์สาว หาหลักฐานคดีขนเฮโรอีน

ป.ป.ส. ประสาน AFP ลุยค้น ห้องพักแอร์สาว หาหลักฐานคดีขนเฮโรอีน

29 มิ.ย. 2569

ป.ป.ส. ประสาน AFP ลุยค้น ห้องพักแอร์สาว ขยายผลผู้ร่วมขบวนการ คดีขนเฮโรอีน ไปออสเตรเลีย เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงรับหิ้วพัสดุ ข้ามประเทศ

29 มิ.ย. 2569 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าทางการประเทศออสเตรเลียได้ควบคุมตัวลูกเรือของสายการบินในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. และ AFP มีความร่วมมือกันภายใต้ "ปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม Taskforce Storm" มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ขยายผลจับกุม และยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้งในประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย และผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศต่าง ๆ
 

สำหรับกรณีนี้ ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทาง AFP จนได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนแล้ว และจะนำข้อมูลดังกล่าวไปเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อทลายเครือข่ายการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลียต่อไป
 

 

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นหอพักของหญิงสาวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว พร้อมสอบปากคำแฟนของผู้ต้องหา เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เป็นเจ้าของยาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้รับฝากยาเสพติดให้ลักลอบนำไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


 

ป.ป.ส. ประสาน AFP ลุยค้น ห้องพักแอร์สาว หาหลักฐานคดีขนเฮโรอีน

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงเพิ่มเติมถึงมาตรการตรวจค้นและคัดกรองสิ่งของสัมภาระก่อนออกเดินทางว่า ปัจจุบันการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการตรวจค้นและสแกนสัมภาระติดตัว (Carry-on) และสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) ด้วยเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อหาวัตถุอันตราย อาวุธ หรือสิ่งของต้องห้ามของผู้โดยสารทุกคน รวมถึงลูกเรือ ซึ่งเป็นบุคลากรที่เข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานและอากาศยานโดยตรง จึงต้องผ่านการตรวจค้นตามมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้โดยสาร
 

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เร่งหารือร่วมกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในระบบการตรวจคัดกรองให้มีความรัดกุมสูงสุด
 

นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับปัญหายาเสพติดข้ามชาติ โดยจัดตั้งคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าอากาศยาน (AITF) และ ณ ท่าเรือ (SITF) รวมถึงขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน (AAITF และ ASITF) พร้อมทั้งจัดอบรมเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งและบริษัทเอกชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ
 

นางสาวอารีภักดิ์ ได้ฝากเตือนและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรับหิ้วสิ่งของ หรือรับฝากกระเป๋าสัมภาระระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายการค้ายาเสพติดมักใช้วิธีการจ้างหรือฝากหิ้วพัสดุข้ามประเทศ โดยซุกซ่อนยาเสพติดไว้ ซึ่งหากถูกตรวจพบ ผู้รับหิ้วจะกลายเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว
 

ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษทางกฎหมายที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะความผิดฐานนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ได้แก่ เฮโรอีน ไอซ์ ยาบ้า หรือยาอี เป็นต้น) มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงประหารชีวิต ทั้งตามกฎหมายของประเทศไทยและกฎหมายของประเทศปลายทาง
 

ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัยหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง