
เข้ม! ร้านบุฟเฟต์ทั่วประเทศ ใครโฆษณาเกินจริง–ราคาแฝง–คูปองลวง
คุมเข้ม! ร้านบุฟเฟต์ทั่วประเทศ ตรวจสอบร้านไโฆษณาเกินจริง–ราคาแฝง–คูปองลวง สร้างความเป็นธรรมและปกป้องผู้บริโภค
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน ป้องกันการโฆษณาเกินจริง การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแฝง และการจำหน่ายคูปองล่วงหน้าที่อาจสร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภค
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจร้านอาหารบุฟเฟต์ในพื้นที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการค้าภายใน และสำนักงานเขตปทุมวัน เพื่อดูแลผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทั้งด้านราคา คุณภาพ ความปลอดภัย และสุขอนามัย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและสิทธิของผู้บริโภค โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ซึ่งมีการแข่งขันด้านโปรโมชั่นสูง ผู้ประกอบการสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ แต่ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โฆษณาตรงกับข้อเท็จจริง และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
สำหรับการตรวจครั้งนี้ สคบ. เน้น 3 ประเด็นหลัก คือ
1. ป้ายโฆษณาและโปรโมชันต้องระบุเงื่อนไขให้ครบก่อนลูกค้าตัดสินใจ ไม่ให้เกิดกรณีป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนอย่างหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขจำกัดสิทธิที่ใช้ตัวอักษรขนาดเล็ก
2. ภาพอาหารและเมนูต้องตรงกับของจริง หากรายการใดหมด ต้องแจ้งลูกค้าก่อนใช้บริการ
3. ราคาต้องชัดเจน หากมีค่าบริการหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องแจ้งให้ครบก่อนชำระเงิน รวมถึงคูปองที่ขายล่วงหน้าทางออนไลน์ ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่ตอนขาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงาน โดย สคบ. รับผิดชอบตรวจสอบด้านโฆษณาและเงื่อนไขการให้บริการ อย. ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหาร กรมการค้าภายในตรวจสอบการแสดงราคาและการจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นธรรม ขณะที่สำนักงานเขตปทุมวันตรวจสอบด้านสุขอนามัย เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาอันเป็นเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีจำหน่ายคูปองล่วงหน้าแล้วปิดกิจการหรือหลีกเลี่ยงการให้บริการโดยมีเจตนาหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ สคบ. ยังสามารถดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้
"รัฐบาลยืนยันว่าจะคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่เป็นธรรม โปร่งใส และปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานธุรกิจบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว" นางสาวลลิดา กล่าว



