
"สส.เลาฟั้ง" ลั่นแรง! กระแส #Saveทับลาน อย่ามั่ว ชี้ คนอยู่มาก่อน
"สส.เลาฟั้ง" พรรคประชาชน ลั่นแรง! กระแส #Saveทับลาน อย่ามั่ว ชี้ คนอยู่มาก่อน รัฐขีดเส้นป่าทับทีหลัง
22 มิ.ย. 2569 จากกรณีกรมอุทยานฯ ได้ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 โดย คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวน 155,865.47 ไร่ ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินแก่ประชาชนมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ต่อมาเกิดกระแส #Saveทับลาน ที่ต่อต้านการเพิกถอนพื้นที่ นั้น
ล่าสุด นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ พรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า อย่ามั่ว "เซฟทับลาน" คนอยู่มาก่อน รัฐขีดเส้นป่าทับทีหลัง พื้นที่เพิกถอนคือหมู่บ้าน ที่ทำกิน ไม่ใช่ป่า ไม่มีสัตว์ป่า
ขณะนี้กระแส "เซฟทับลาน" กลับมาอีกครั้ง และเกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง กระพือโดยสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ ปล่อยข้อมูลที่เป็นเท็จและใช้รูปภาพจากที่อื่นมาบิดเบือน และยังปล่อยวาทะเหยียดคนชนบท ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าการเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน คือ การยกป่าให้พวกที่เพิ่งบุกรุกแล้วขายนายทุน
เมื่อดูเนื้อหาของสื่อที่ถูกปล่อยออกมา เป็นการใช้วาทะปลูกระดม แล้วใส่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงของพื้นที่ ทำให้คนเข้าใจผิดและเกิดอารมณ์ร่วม
ซึ่งความจริงคือ พื้นที่ทับซ้อน 265,285 ไร่ นั้นมีคนอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนแล้ว และแนวเขตป่ามาประกาศทับทีหลัง พูดง่ายๆ คือ ชาวบ้านเป็นผู้เสียหายจากการถูกแนวเขตป่าทับ ลองคิดในทางตรงกันข้าม หากที่ดินของคุณถูกประกาศทับเป็นเขตอุทยาน คุณจะยอมหรือไม่ การเพิกถอนไม่ใช่เพิ่งมาคิดเองทำเองตอนนี้ แต่มีการทำต่อเนื่องมานานมากแล้ว กล่าวคือ
พ.ศ. 2543 รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานปรับปรุงแนวเขตและได้ทำการสำรวจร่วมกันระหว่างตัวแทนชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐเพื่อกันพื้นที่ทับซ้อนออก และได้ข้อยุติแล้ว
พ.ศ. 2548 ในขณะรัฐบาลไทยนำอุทยานลับลานไปขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ทาง UNESCO ก็ได้เสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งกันแนวเขตที่มีคนอยู่ 273,581 ไร่ ออก ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้รับปากว่าจะทำให้เสร็จภายในปี 2550 แต่กลับล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2558 มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อจัดเวทีรับฟังความเห็น และได้ข้อยุติว่าให้ยึดตามแนวเขตที่มีการปรับปรุงใหม่เมื่อปี พ.ศ 2543
ดังนั้น การเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ทับลานครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องมานาน และที่สำคัญมติของคณะกรรมการให้เพิกถอนน้อยกว่าพื้นที่ทับซ้อนจริง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ที่ผ่านมามีการทำแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ที่ผ่านมามีสื่อบางกลุ่มและอินฟลูเอนเซอร์ออกมาสร้างกระแสโจมตีและบิดเบือนทางสื่อโซเชียล เพื่อขัดขวางการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่า เช่น กรณีบางกลอย ภูทับเบิก ทับลาน1 นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า และครั้งนี้ก็คือทับลาน 2
สิ่งที่น่าสงสัย คือ ท่ามกลางความการสร้างกระแสให้เกิดความสับสนอย่างกว้างขวางในสังคม รัฐบาลแทบไม่ออกมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่สังคม แม้จะมีอธิบดีกรมอุทยานออกมาพูดบ้าง แต่ไม่ถูกสื่อสารในวงกว้างพอ ทั้งๆ ที่รัฐบาลมีช่องทางสื่อสารสาธารณะมากมาย หรือว่าจริงๆ แล้ว ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เกิดความขัดแย้งเช่นนี้ เพื่ออ้างเป็นเหตุชะลอและยุติการเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน



