
กรมอุทยานฯ ลั่น “ป่าทับลานยังอยู่” คืนสิทธิ์เฉพาะชาวบ้านตัวจริงที่อยู่มาก่อนประกาศฯ
กรมอุทยานฯ ลั่น “ป่าทับลานยังอยู่” เคลียร์ชัดคืนสิทธิ์เฉพาะชาวบ้านตัวจริงที่อยู่มาก่อนประกาศฯ เท่านั้น ฮึ่ม! พวกสวมสิทธิ์เจอดำเนินคดีละเอียดทุกตารางนิ้ว
เคลียร์ชัดม้วนเดียวจบให้สายอนุรักษ์และประชาชนได้สบายใจ! หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และจับตาอย่างหนักเกี่ยวกับปมพื้นที่ทับซ้อนป่าทับลาน ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกมาโพสต์ข้อความแจงยิบ ยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลในการจัดการปัญหานี้ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาผืนป่าและการดูแลปากท้องประชาชน พร้อมตอกย้ำประโยคเด็ดให้ฟังชัด ๆ ว่า “ไม่ใช่ทุกคนในพื้นที่... จะได้รับสิทธิ์!”
งานนี้กรมอุทยานฯ ย้ำเสียงแข็งว่า ผืนป่าส่วนที่ยังมีความสมบูรณ์จะต้องได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มงวดเช่นเดิม เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพไว้ให้ถึงคนรุ่นหลัง ส่วนการเยียวยาเรื่องที่ดินทำกินนั้น จะจำกัดวงเฉพาะ “ชาวบ้านตัวจริง” ที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฯ เท่านั้น โดยจะได้รับการคืนสิทธิ์อย่างเป็นธรรม ผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
สำหรับข้อกังวลของสังคมเรื่อง “นายทุนฮุบป่า” ทางกรมอุทยานฯ ลั่นวาจาชัดเจนว่า หากพบการรุกล้ำหรือการสวมสิทธิ์โดยมิชอบ จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงจะเร่งรัดจัดการตามกฎหมายกับแปลงที่ดินที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่แล้วด้วยเช่นกัน
ตั้ง “คณะกรรมการกลาง” สแกนยิบทุกตารางนิ้ว ดัดหลังพวกสวมสิทธิ์
เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุดและไม่เปิดช่องโหว่ให้ใครชุบมือเปิบ การพิจารณาสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนครั้งนี้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น ละเอียดทุกตารางนิ้ว โดยมี “คณะกรรมการกลาง” จากทุกภาคส่วนที่เชื่อถือได้มาร่วมกันตรวจสอบผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน การอยู่อาศัยและทำกินอย่างละเอียด
- ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบสภาพความเป็นจริงของที่ดินทุกแปลง
- ใช้เทคโนโลยีช่วย ตรวจสอบข้อมูลแผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ และข้อมูลเชิงพื้นที่เชิงลึก
- เปิดรับฟังความคิดเห็น จากชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่
- คณะกรรมการกลางพิจารณา และยืนยันผู้มีสิทธิ์อย่างเป็นธรรมในขั้นตอนสุดท้าย
คำเตือนระวังคุก! ทางกรมอุทยานฯ ทิ้งท้ายแบบดุดันว่า สำหรับกลุ่มคนที่คิดจะรุกล้ำ สวมสิทธิ์ หรือใช้เอกสารเท็จเพื่อขอที่ดิน นอกจากจะ “ไม่ได้สิทธิ์” แล้ว เตรียมตัวถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดถึงที่สุดแน่นอน
แนะแฟนข่าว คมชัดลึก สบายใจได้ระดับหนึ่งเลยค่ะว่า งานนี้ภาครัฐไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้ผืนป่ามรดกโลกถูกย่ำยี ถือเป็นการร่วมกันรักษาป่าทับลานเพื่อธรรมชาติ เพื่อชุมชน และเพื่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง ส่วนกระบวนการสแกนนิ้วสวมสิทธิ์จะเข้มข้นจนจับโป๊ะนายทุนได้มากน้อยแค่ไหน ทางเราจะเกาะติดและนำมารายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง!



