
จับตาวันนี้ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รอบ 2 "ทราย สก๊อต-แม่" คดีลูกเนรคุณ
จับตาวันนี้ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รอบ 2 "ทราย สก๊อต-แม่" คดีลูกเนรคุณ ด้าน อ.ปานเทพ ระบุ ยึดความสบายใจของทราย เป็นหลัก
16 มิ.ย. 2569 ศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในคดีหมายเลขดำที่ พ 101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569
โดยวันนี้ (16 มิ.ย. 2569) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย และ นายคมสัน โพธิ์คง ที่ปรึกษากฏหมายมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เดินทางมาถึงศาลตั้งแต่ช่วงเช้า โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี
นายปานเทพ ระบุว่า วันนี้ทรายแจ้งว่า ช่วงเช้ายังไม่ให้สัมภาษณ์ เพื่อความเรียบร้อยในการพิจารณา สำหรับเรื่องการประณีประนอมเจรจาไกล่เกลี่ย เป็นแนวทางของศาลเอง และเราให้ความร่วมมือ สัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมทนาย ได้มีการประชุมร่วมกับทราย น้อมนำความคิดเห็น ข้อคิดจากผู้พิพากษา ที่มีให้ทั้งโจทก์และจำเลย เพื่อประโยชน์แห่งคดี ซึ่งจะมีการสรุปกันอีกครั้งหนึ่งในห้องพิจารณาคดี
ทั้งนี้ จากการประชุมเราคุยกันด้วยหัวใจมากขึ้น ในฐานะผู้ถูกกระทำ ว่าคุณทรายต้องการอะไร ให้ดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าได้ดีขึ้น เพื่อไปสู่การกำหนดแนวทาง ที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ส่วนใหญ่จะเป็นการวิเคราะห์ ซึ่งทีมทนาย 20 คน ไม่มีความกังวลใด
นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าทางออกจะเป็นแบบไหน ทีมทนายเตรียมทางออกไว้ทุกด้าน ไม่มีข้อกังวลใดๆ การไกล่เกลี่ยเอาประโยชน์ความสบายใจ การตัดสินใจของคุณทราย เป็นประเด็นหลัก
ส่วนวันนี้หากโจทก์ไม่มา ก็สามารถส่งตัวแทนมา สุดท้ายต้องมีการไกล่เกลี่ย โดยฝ่ายโจทก์และจำเลย เห็นพ้องต้องกัน ซึ่งวันนี้ศาลกำชับ ให้มีผู้มีอำนาจตัดสินใจ มาในการเจรจาไกล่เกลี่ย ส่วนจะเจรจาสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวันนี้ และข้อตกลงที่เราเสนอไป ว่ารับได้หรือไม่
นายปานเทพ ยังระบุด้วยว่า วันนี้จะมีการติดตามเรื่องการละเมิดอำนาจศาล ของบุคคลคนหนึ่ง ได้เข้าไปประชุม แล้วออกมาให้สัมภาษณ์ ในสิ่งที่ศาลกำชับไว้หลายประเด็น ซึ่งเราได้ส่งคลิปให้ศาลไต่สวนพิจารณาลงโทษ ว่าเข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เพราะการสัมภาษณ์ดังกล่าว ไม่เหมาะสม เป็นสาเหตุให้ทราย ฉีกกระดาษสัญญาที่ตกลงกับคุณแม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เขาอ้างเป็นทนายฝั่งโจทก์ นายปานเทพ ระบุว่า ทนายฝั่งโจทก์ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ที่ยอมให้เข้าออก แสดงว่าให้มารู้ความลับฝ่ายโจทก์และจำเลย และออกไปพูดข้างนอก ประเด็นนี้ศาลต้องพิจารณา
"เราอยากรู้เหมือนกันว่า เขาเกี่ยวข้องกับคุณแม่หรือไม่? ศาลท่านต้องไต่สวนความจริง แต่เขากระทำไปแล้วหลายอย่าง ในการละเมิดอำนาจศาล" นายปานเทพ กล่าว



