
GISTDA ส่ง LiDAR สแกนไขปริศนา "ดวงตาเมืองไทย" ที่แท้คือสิ่งนี้
GISTDA ส่ง LiDAR ทะลวงม่านใบไม้ ไขปริศนา "ดวงตาเมืองไทย" ที่แท้คือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ
จากกรณีพบเกาะปริศนา รูปวงกลม ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองฯ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "The Eye ดวงตาเมืองไทย" โดย อบจ.ปทุมธานี ได้นำเครื่องจักรและเครื่องตัดหญ้า เข้าแผ้วถางเพื่อเปิดเส้นทางเดินเท้า เข้าไปสำรวจ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand แห่งใหม่ได้
ล่าสุดวันนี้ (9 มิ.ย. 2569) GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ร่วมกับเทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging)” ของ GISTDA เข้าไปช่วยไขปริศนาความลับของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดปทุมธานี หรือที่เรียกกันว่า "ดวงตาเมืองไทย"
ทั้งนี้ ไลดาร์ (LiDAR) ทะลวงม่านใบไม้ เผยให้เห็นโครงสร้างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้พืชพรรณอย่างละเอียด ในพื้นที่ชุ่มน้ำของปทุมธานี ที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้หนาทึบ การมองจากภาพถ่ายทางอากาศปกติอาจเห็นเพียงผืนป่าสีเขียวที่กลมกลืนกันไปหมด แต่เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ทำงานโดยการยิงแสงเลเซอร์ลงมายังพื้นผิวโลกแล้วจับเวลาที่แสงสะท้อนกลับไปที่ตัวรับสัญญาณ ทำให้สามารถวัด "ความสูง" และ "ระยะทาง" ได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร
เมื่อนำข้อมูลมาสร้างเป็นภาพ 3 มิติ (ดังภาพที่ปรากฏ) จะมีการใช้ "สี" แทนระดับความสูง
- สีเขียว เหลือง และส้ม : แทนความสูงระดับยอดไม้หรือพุ่มพงที่ขึ้นปกคลุมหนาแน่น
- สีฟ้าและน้ำเงิน : แทนระดับพื้นผิวดินหรือพื้นที่ที่ต่ำกว่า
- รอยแยกสีดำรูปวงพระจันทร์ (ร่องน้ำ) : คือจุดสำคัญที่ LiDAR ไม่สามารถสแกนทะลุลงไปในบริเวณที่เป็นน้ำได้ ทำให้มองเห็นพื้นที่ดังกล่าวเป็นสีดำ
จากร่องรอยเกษตรกรรม สู่ปรากฏการณ์ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" ด้วยลักษณะวงกลมที่สมบูรณ์แบบนี้ เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นร่องรอยการจัดการที่ดินในอดีต เช่น การขุดดินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนจะร้างจนวัชพืชขึ้นปกคลุม แต่เมื่อเทคโนโลยี LiDAR เผยให้เห็นร่องรอยการแยกตัวที่ชัดเจน และนำไปสู่การลงพื้นที่จริงด้วยการบินโดรนสำรวจเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ความจริงจึงปรากฏ
พื้นที่ขนาดกว่า 100 เมตรนี้ แท้จริงแล้วคือ "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" (Rotating Floating Island) เกิดจากการสะสมตัวของแพวัชพืชและดินที่ขาดออกจากฝั่ง ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อวัชพืชมีการเติบโตและเพิ่มปริมาณมากขึ้น และมีการเกาะตัวกันแน่น ผนวกกับมีกระแสลมพัดผ่าน เกาะทั้งเกาะจึง "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ ตลอดเวลา การหมุนและเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกนับครั้งไม่ถ้วน เปรียบเสมือนเครื่องกลึงธรรมชาติที่ขัดเกลาให้ขอบเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ กลายเป็นรูปทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ" อย่างน่าทึ่ง
ภาพสแกน LiDAR ของ GISTDA ภาพนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสำรวจสิ่งปลูกสร้างหรือป่าไม้เท่านั้น แต่ยังเป็น "ดวงตา" สำคัญที่ช่วยให้มนุษย์มองเห็นและทำความเข้าใจของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ เผยให้เห็นสัณฐานภูมิประเทศที่ตาเปล่ามองไม่เห็น และช่วยไขข้อเท็จจริงของ "ดวงตาเมืองไทย" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวิถีได้อย่างสมบูรณ์แบบ



