
กรมกิจการเด็กฯ แสดงความเสียใจ กรณีเด็กชาย 2 ปี 5 เดือน เสียชีวิต
กรมกิจการเด็กฯ ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ กรณีหนูน้อย วัย 2 ปี 5 เดือน เสียชีวิตในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย
จากกรณี เด็กชายแดง (นามสมมติ) อายุ 2 ปี 5 เดือน มีความพิการประเภทที่ 3 ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งอยู่ในการคุ้มครองสวัสดิภาพของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย ก่อนประสานส่งต่อตามระเบียบต่อไป และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 นั้น
กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ เด็กชายแดง (นามสมมติ) โดย อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่
กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ดำเนินการใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย
กรมฯ ได้มอบหมายให้บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนำส่งร่างเด็กเพื่อผ่าชันสูตร การประสานงานด้านเอกสาร ร่วมการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีจนเสร็จสิ้น และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ผู้แทนจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนและผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าพบบิดามารดาของเด็กเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กระบวนการทางกฎหมาย และแนวทางการให้ความช่วยเหลือตามสิทธิ โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพตามความจำเป็นของครอบครัว
พร้อมกันนี้ ได้ประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเลยเพื่อดำเนินการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย และสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน
2. การตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงระดับกรม เพื่อตรวจสอบกระบวนการดูแลเด็ก การบริหารจัดการภายในสถานรองรับ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยตรวจสอบครอบคลุมทั้งระบบการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก มาตรการเฝ้าระวังความปลอดภัย การกำกับดูแลภายใน ตลอดจนการปฏิบัติตามระเบียบและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และนำไปสู่การปรับปรุงระบบงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย ได้รับตัวเด็กชายแดง (นามสมมติ) อายุ 2 ปี 3 เดือน ซึ่งมีความพิการประเภทที่ 3 ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ต่อมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 เด็กได้เสียชีวิต
จากการบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 พบว่า เด็กชายดำ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นผู้รับการสงเคราะห์กระทำการโดยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอขณะที่อยู่ร่วมกับเด็กชายแดง (นามสมมติ)
ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบเสร็จสิ้น พบว่า มีเจ้าหน้าที่รายใดกระทำผิดหรือละเลยต่อหน้าที่ กรมฯ จะดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิดแต่อย่างใด
3. การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม
บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งการส่งมอบเอกสาร ข้อมูล และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลตามกระบวนการทางกฎหมาย และกรมฯ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการปกป้องคนผิดเด็ดขาด
4. การทบทวนมาตรการป้องกันและยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็ก
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้สั่งการให้เร่งทบทวนมาตรการดูแลและคุ้มครองเด็กในสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ เพื่อปิดช่องว่างด้านความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การทบทวนดังกล่าว ครอบคลุมการประเมินความเพียงพอของอัตรากำลังผู้ดูแลเด็ก การจัดสภาพแวดล้อมและห้องดูแลเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัย การแยกพื้นที่ดูแลระหว่างเด็กเล็ก เด็กโต และเด็กที่มีภาวะเปราะบางทางอารมณ์ ตลอดจนการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง การกำกับดูแล และการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมฯ จะนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาวิเคราะห์และปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงาน มาตรฐานการคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพการดูแลเด็กในสถานรองรับทุกแห่งทั่วประเทศ
กรมกิจการเด็กและเยาวชน ขอยืนยันว่า จะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ตลอดจนดูแล เยียวยา และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ทั้งนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ปกป้องและคุ้มครองเด็กที่เป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคมให้ได้รับโอกาสที่ดีขึ้น โดยจะนำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนสำคัญ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นกับกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่จะดูแลเด็กที่ประสบปัญหาให้ได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย



