
พลิกบทบาท "เสี่ยเฮ้ง" ใจถึงพึ่งได้ สู่ภารกิจสีเขียว ทวงป่าคืนให้ประชาชน
"ผมเอาคืนหมด ไม่เหลือแน่!" เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ เปิดโหมดบู๊ ท้าชนมาเฟียฮุบที่ดินหลวง ลั่นผ่านร้อนหนาวมา 53 ปีไม่เคยให้ค่ากลุ่มอิทธิพล พร้อมคาดโทษข้าราชการเอี่ยวทุจริตเจอคดีอาญาแน่
หากพูดถึง "เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น" ภาพจำทางการเมืองของเขามักผูกติดกับสโลแกน "ใจถึงพึ่งได้" บุคลิกนักเลงโบราณที่พูดคำไหนคำนั้น กล้าตัดสินใจ และเข้าถึงง่าย
แต่วันนี้ในบทบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาเดินหน้าเปิดศึก "ท้าชน" กลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดและมาเฟียที่เข้ามาตีเนียนบุกรุกผืนป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ด้วยการทำงานเชิงรุกชนิดที่เจ้าตัวลั่นวาจาว่า... "ผมจะไปกลัวคนเหล่านี้เพื่ออะไร!"
ชัดเจน เด็ดขาด ไม่ใช่ "อันธพาล" แต่เป็นคน "เอาจริง"
ด้วยสไตล์คนตรงๆ และเสียงดัง ทำให้หลายคนมองว่า มีลุคนักเลง ซึ่งเสี่ยเฮ้งได้เปิดใจถึงเบื้องหลังชีวิตว่า เขาเติบโตมาในสังคมที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีต้นทุนชีวิตที่สุขสบาย ทำให้กลายเป็นคนเด็ดขาดและชัดเจน
"เราไม่ได้ไปเกเร ไม่ได้เป็นอันธพาล เราแค่เป็นคนเสียงดัง เป็นคนชัดเจนมากกว่า"
สำหรับกลุ่มมาเฟียหรือนักการเมืองท้องถิ่นที่คิดจะลองดี สุชาติประกาศกร้าวว่าในวัย 53 ปีผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ รู้หมดว่าใครเป็นใคร และไม่เคยให้ราคากับคนพวกนี้
"คำว่า อิทธิพล-อันธพาล-มาเฟีย ที่เข้าไปครอบครองที่ดินหลวงที่รัฐ คนเหล่านี้ ผมไม่ได้ให้ราคา ไม่ได้ให้ค่า แล้วก็ดูผมแล้วกันว่า ผมเอาขนาดไหน ผมเอาไม่เหลือแน่นอน ผมเอาคืนหมด ผมเอาจริง ผมจะลุยด้วยตนเอง คนพวกนี้ผมรู้จักหมดผม ชีวิตผมผ่านโลดโผนมาขนาดนี้ทำไมจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ถ้าพวกคุณทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าพวกคุณทำแล้วประโยชน์เข้าตัวคุณเอง อันนี้ไม่ใช่ ผมเอาคืนหมด เดี๋ยวคอยดูผมแล้วกัน" "
ขีดเส้นตาย ใช้กฎหมายไล่บี้-ข้าราชการเอี่ยวโดนอาญา
การทำสงครามทวงคืนผืนป่าครั้งนี้ สุชาติ ยืนยันว่า จะสู้ด้วยกฎหมายอย่างเป็นธรรม พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปถึงกลุ่มอิทธิพลว่า
"บอกเลยว่า สู้กับทางผมสู้ไม่ได้หรอก เพราะผมสู้ให้กับประชาชนสู้ให้กับประเทศชาติ จะสู้ได้อย่างไร ก็ขอให้นึกภาพแล้วกันว่า จุดจบของคนพวกนี้คืออะไร"
นอกจากนี้ เขายังหันมากระชับพื้นที่ในบ้านตัวเอง โดยส่งสารเด็ดขาดถึง "ข้าราชการกระทรวงทรัพยากรฯ" ทุกคนว่าต้องมีจรรยาบรรณ หากสืบทราบว่ามีใครละเลยหน้าที่ เกียร์ว่าง หรือแอบไปมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับกลุ่มมาเฟีย จะไม่เพียงแค่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยเท่านั้น แต่จะถูกดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุดด้วย
"สมุด คทช." อาวุธเด็ดช่วยชาวบ้าน (ไม่ใช่ช่วยมาเฟีย)
นอกจากไม้แข็งในการปราบปรามแล้ว สุชาติ ยังเดินหน้าช่วยเหลือประชาชน ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่าง "สมุดประจำตัว คทช." (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) เพื่อจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ราษฎรที่ยากจนอย่างมั่นคง
โดยเขาขีดเส้นใต้ชัดเจนว่า สมุดเล่มนี้มีไว้เพื่อช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อนในการทำมาหากินในพื้นที่ป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เครื่องมือที่จะยกที่ดินรัฐให้กลุ่มมาเฟียไปชุบมือเปิบ
หน้าที่และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
เมื่อถูกถามว่าจะสลัดภาพ "เสี่ยเฮ้ง" คนเดิม เพื่อกลายมาเป็นรัฐมนตรีสายเขียวที่รักธรรมชาติและสัตว์ป่าได้หรือไม่? สุชาติ ทิ้งท้ายอย่างคมคายว่า คงพูดไม่ได้ว่ามาเพราะรักธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ที่ต้องปกป้องรักษาผืนป่าเอาไว้
"คนอย่างผมไม่กลัวใคร เพราะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไปทะเลาะกับมาเฟียเพื่อนำผืนป่ากลับคืนให้ประชาชนและประเทศชาติ ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แล้วผมจะไปกลัวคนเหล่านี้เพื่ออะไร" ขุนพลเมืองชลบุรีกล่าวทิ้งท้าย



