
"พนัส ไทยล้วน" โพสต์เดือด ปม "ปฏิทินประกันสังคม" ลั่น! รอชำระแค้น
"พนัส ไทยล้วน" โพสต์เดือด ประเด็น "ปฏิทินประกันสังคม" ลั่น! ไม่หวั่นไหวเสียงนกเสียงกา บัญชีชำระแค้นกำลังมา
3 มิ.ย. 2569 นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย อดีตบอร์ด สปส.ชุดแต่งตั้ง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กในประเด็น "ปฏิทินประกันสังคม" อย่างดุเดือด โดยระบุว่า
ทำความเข้าใจก่อนนะน้องๆ ว่า ปฏิทินราคาแผ่นละ 10 บาทเท่านั้น น้องๆ ที่เป็นผู้ประกันตน ถามผมว่าผมไม่เคยป่วยหรือใช้สิทธิใดๆ จากประกันสังคมมาตลอด 5 ปีนี้ ผมจ่ายเดือนละ 500 บาท ปีละ 6,000 บาท ประกันสังคมคืนกำไรเป็นปฏิทินให้กับผม ในราคาแผ่นละ 10 บาทเท่านั้น มันยังตัดออกไป ผมจะจำพวกมันไว้ผมฝ่าตีนเลย
ผมบอกว่าเออก็จำให้ดีๆ ก็แล้วกันว่า ใครทำเรา ผมยังบอกต่อไปว่า เราน่าจะทำปฏิทินแจกให้กับผู้ประกันตนทุกคน ปีละ 1 ครั้งค่าใช้จ่ายคนละ 10 บาท ไอเดียนี้คิดว่าถ้าทีมเราได้รับเลือก น่าจะต้องริเริ่ม อย่างน้อยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่อยู่ในโรงงาน 10 ล้านคน แถมแจกให้ถึงมือง่ายด้วย"
ไม่เป็นไรจำไว้จำให้ดีๆ ยังให้ขึ้นใจ บัญชีชำระแค้นกำลังมาแล้ว มันอยากเป็นศัตรู ก็ได้ ไม่เป็นไรมันยากเย็นตรงไหนเลย ในส่วนตัวไม่เคยหวั่นไหวกับเสียงนกเสียงกาเลย ถ้าทำในสี่งทีถูกต้องยึดหลักของผู้นำ "สิงโตเดินหน้าไม่เคยหันมามองเวลาหมาเห่า"
นายพนัส ยังโพสต์อีกว่า ได้แรงสนับสนุนจากสมาชิกล้นหลาม ยังยืนยันว่างบ 10% ที่มาจากเงินสมทบประจำปีของประกันสังคม ก็เอามาใช้ 3-4% เท่านั้นงบ ค่าใช้จ่ายปฏิทินรวม 55 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตน 5 ล้านคนๆ ละ 10 บาทเท่านั้น และเงิน 10% จากดอกเบี้ยของกองทุนทดแทนผมก็ร่วมอนุมัติสนับสนุนให้รพ.ของรัฐทุกแห่งจัดตั้งคลินิกโรคจากการทำงาน สนับสนุนกิจกรรมจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยก็ทำแล้ว
ต้องไม่ลืมว่าเมื่อ "สปสช" จะเอาเงินสมทบที่แบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาล ผมกับผู้นำแรงงานเช่น นายชินโชติ แสงสังข์ ต้องจับมือกันออกแรงขนานใหญ่ประท้วงรัฐบาลกว่าจะเอาคืนมาที่เดิมได้ปางตาย และวันที่รัฐบาลจะตัดสิทธิคนว่างงานที่ลาออกไม่ให้ได้ 30% ผมก็นำน้องๆ แรงงานซัดกันที่หน้าทำเนียบที่สุดรมต.ก็ถอนวาะออกจากการประชุม ค่าว่างงานยังอยู่
กว่าทุกอย่างจะมีถึงวันนี้ล้วนได้มาอย่างยากเย็น ลูกจ้างร่วมมือกันจริงๆ วันนี้มีแต่ต้องโอนภาระให้คนรุ่นหลังทำต่อไป ยืนยันหนักแน่น ประกันสังคมต้องปลอดจากการเมือง จึงจะเดินหน้าได้ บอร์ดประกันสังคมเป็นเพียงกลไกเล็กๆ ที่ให้ความเห็นเท่านั้น หลักการใหญ่ยังอยู่ที่รัฐทั้งหมด
วันนี้ทั้ง 13 สภาองค์การลูกจ้าง ต้องจับมือกันให้เหนียวแน่ อย่าหวั่นไหวกับ "คนนอก" มุ่งทำประโยชนให้ลูกจ้างเท่านั้นก็พอ



