ข่าว

"ชัชชาติ" ท้า "คริส" แฉ "4 กิโล" ซื้อตำแหน่งกับใคร ข้องใจจ้องแฉช่วงเลือกตั้ง

"ชัชชาติ" ท้า "คริส" แฉ "4 กิโล" ซื้อตำแหน่งกับใคร ข้องใจจ้องแฉช่วงเลือกตั้ง

03 มิ.ย. 2569

"ชัชชาติ" ไม่กังวลพรรคเศรษฐกิจเตรียมแฉทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต เตือนรับผิดชอบคำพูดด้วย สงสัย 4 ปีไม่เคยขุด มาขุดช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

กรณี นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ  เตรียมแถลงเปิดโปรง ความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต และการทุจริตคอร์รัปชันในยุคผู้ว่าชัชชาติ ผ่านระบบอากง ในวันที่ 4 มิ.ย.


วันนี้ 3 มิ.ย. 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะมีการแถลง เพราะส่วนตัวกับนายคริสต์ก็คุ้นกัน เคยมีสมาชิกที่เป็น สก.อยู่ ดังนั้นมีอะไรก็บอกมาเลย


พร้อมกับหันไปถามทีมงานว่า "คริสนี่พรรคอะไรนะ" ก่อนทีมงานจะตอบว่า "พรรคเศรษฐกิจ" ก่อนที่นายชัชชาติพูดต่อว่า "ก็คงรอฟังข้อมูลท่าน"


ส่วนการกล่าวอ้างซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต นายชัชชาติ กล่าวว่า เอาเลยแจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย ถ้ามีหลักฐานตนเองไม่รอดมาถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากเรื่องของความโปร่งใส เรื่องทุจริตเป็นเรื่องที่คนจ้องเล่นงานอยู่แล้ว ถ้ามีข้อมูลไม่ต้องเอามาพูดตอนนี้ พูดสมัยที่ตนเองเป็นผู้ว่าได้เลย  

"เพราะเรื่องซื้อขายตำแหน่ง เราไม่ทำอยู่แล้ว เป็นจุดแห่งความหายนะเลย ถ้าท่านมีประสบการณ์อะไรก็แล้วแต่ หรือท่านรู้มาจากไหน ท่านก็เอาข้อมูลมาเลย ถ้ามีข้อมูลมาก็ขอให้ไปแจ้ง ป.ป.ช. อย่ามาแต่พูดอย่างเดียว"

 


เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจฝากคำถาม "4กิโล ซื้อกับใคร" นายชัชชาติ ระบุว่า ตนไม่รู้ ถ้าท่านรู้ก็ต้องชี้แจงแต่ต้องรับผิดชอบ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับผู้สมัคร มีผลที่เป็นความผิดทางอาญา ดังนั้นใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งตนให้ทีมกฎหมายคอยดูอยู่

 


ส่วนความสัมพันธ์กับนายคริสนั้น ก่อนเลือกตั้ง เคยเจอกันบ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว รวมถึงอดีตสมาชิก สก. หลายคนก็ไม่เคยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ น่าจะมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงหรือไม่ พร้อมยืนยันตนเองไม่ได้กลัวอะไร ขอให้บอก ถ้ามีคนไปรับเงินหรือไปแอบอ้างชื่อตนเอง จะได้ไปจัดการให้ถูกต้อง ขอให้ชัดเจน ขอให้รับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย พร้อมย้ำว่า ไม่มีปัญหา อยู่ตรงนี้ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ ไม่ได้กลัวอะไร  

    
 

ส่วนเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายชัชชาติ มองว่า ต้องเอาความจริงมาพูด ถ้ามีข้อมูลมาแล้วเป็นจริง ก็ต้องเอาผิดคนที่เอาชื่อไปแอบอ้าง เพราะเราทำงาน เราจะไปรับเงินแต่งตั้งได้อย่างไร จะเชื่อได้อย่างไรว่า สามารถทำงานได้ดี หากรับเงินเพื่อแลกกับการแต่งตั้ง เพราะสุดท้ายเราไม่มีทางได้ทีมงานที่ดีกว่าเดิม หากแต่งตั้งคนที่ทุจริตหรือซื้อตำแหน่งเข้ามา ก็จะไม่มีทางสร้างผลงานได้ เมื่อเจ้านายของเราคือประชาชน ถ้าพวกนี้ทุจริตมาก็ต้องไปทุจริตต่อ แล้วนโยบายเราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องไปทำตรงนี้ อนาคตไม่ได้มีแค่นี้ ถ้าคุณคริสต์มั่นใจ ก็แถลงมา ถ้ามีข้อมูลก็แจ้งความจับไปเลย

 

ส่วนระบบอากง นายชัชชาติ ยืนยันว่า ระบบอากงไม่มี เป็นคำที่แต่งขึ้นมา เป็นเพียงแนวทางการทำงานของทีมงาน ซึ่งตนก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนคำว่า "อากง" หมายถึง นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็พบปะกับสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ ตามปกติ ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้เลือกตั้งกลับมีปัญหาขึ้นมา


นายชัชชาติ ย้ำตนเองยินดีรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย การแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรยึดหลักความรู้ ความสามารถ และผลงานเป็นสำคัญ ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงประสิทธิภาพทีมงานที่ได้รับการแต่งตั้ง “ยินดี ยอมรับ การตรวจสอบทุกอย่าง ได้ทุกคน ไม่มีปัญหา”


เมื่อถามว่าการเมืองหลังจากนี้จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ไม่เห็นว่าเป็นปัญหาอะไร ไม่เป็นไร จะยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองอย่างมั่นๆ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ซึ่งเชื่อว่าช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งก็อาจมีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกเยอะ เพราะหากเกิดขึ้นจริงก็ควรจะพูดมาตั้งนานแล้ว เราก็คงจะยื่นนิ่งๆ เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้กังวลด้วย ถ้ามีอะไรก็ชี้แจงมา ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็จะไปดำเนินการตามกฎหมาย

 

ส่วนกระแสข่าวพูดว่า ตนเองเคยแต่งตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานบอร์ดกรุงเทพธนาคม (เคที) ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยตั้ง อาจารย์สุรพล เป็นตำแหน่งอะไรเลย มีเพียงการแต่งตั้ง นายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ดเคที เพราะเชื่อว่าท่านเป็นนักกฎหมายที่มีคุณภาพและดูแลประชาชน ส่วนเรื่องนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทร์ ที่อยู่ในสังกัด กทม. ตนเองก็ไม่ได้เป็นคนแต่งตั้ง เพราะท่านเป็นมาก่อนตนเองเข้ามา ทั้งนี้ไม่ได้ว่าอะไรท่าน แต่ต้องการสื่อสารให้เข้าใจว่า ที่ ศ.ดร.สุรพล เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ก็มาก่อนตนเอง และเป็นเรื่องของการศึกษาที่มีการคัดเลือกกันเอง