
"รมส.สุชาติ" ชื่นชมนักวิจัย-ชาวบ้าน ค้นพบ "ไดโนเสาร์" ใหญ่สุดในอาเซียน ดันชัยภูมิแหล่งเรียนรู้
ไทยปักหมุดโลก! ค้นพบ "นาคาไททัน" ยักษ์ใหญ่คอยาวพันธุ์ใหม่ที่ชัยภูมิ ด้าน "รมว.สุชาติ" ชมเชยทีมวิจัยและชาวชัยภูมิ เตรียมเดินหน้าผลักดันพื้นที่ขุดค้นสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
29 พ.ค. 2569 จากการค้นพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” (Nagatitan chaiyaphumensis) จากบ้านพนังเสื่อ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ตัวที่ 14 ของประเทศไทย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณีแถลงข่าวสร้างการรับรู้แก่สาธารณะชน และขอชื่นชมนักวิจัย พร้อมร่วมยินดีกับพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงพี่น้องชาวไทยทุกคนในการค้นพบครั้งนี้
นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519 ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันมีการค้นพบไดโนเสาร์แล้วอย่างน้อย 25 ชนิด และเป็นชนิดใหม่ของโลกถึง 14 ชนิด สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งศึกษาวิจัยซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มซอโรพอดที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยเมื่อราว 200–100 ล้านปีก่อน
การค้นพบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จากการสังเกตของนายถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านพนังเสื่อ ก่อนแจ้งข้อมูลมายังกรมทรัพยากรธรณีเพื่อเข้าตรวจสอบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 และนำไปสู่การสำรวจศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง นำทีมโดยนางสาวศศอร ขันสุภา นักธรณีวิทยาชำนาญการ (ในขณะนั้น) และนางสาวเฉิดฉัน โพธิไชยา นักธรณีวิทยาชำนาญการ (ในขณะนั้น) กรมทรัพยากรธรณี ทำให้ค้นพบชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์มากกว่า 10 ชิ้น อาทิ กระดูกสันหลัง กระดูกใต้กระเบนเหน็บ กลุ่มกระดูกเชิงกราน กระดูกขาหลัง รวมถึงกระดูกซี่โครงที่ยาวกว่า 2 เมตร และกระดูกต้นแขนขวาที่มีสภาพสมบูรณ์ยาวถึง 178 เซนติเมตร ซึ่งนับเป็นกระดูกต้นแขนไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทย ตามที่นักวิจัยประเมินว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้น่าจะมีความยาวประมาณ 27–30 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 27 ตัน
ด้าน นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า การค้นพบ นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส นับความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้ถึงความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจาก ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโบราณ สัตว์เลื้อยคลายคล้ายจระเข้ รอยตีนไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว “ชิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ” ไดโนเสาร์คอยาว “อิสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ” ซากดึกดำบรรพ์แพนด้ายักษ์ ลิงอุรังอุตัง ไฮยีน่า สัตว์จำพวกแรด
ซึ่งแหล่งซากดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ จะเป็นการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาของจังหวัด ซึ่งจะช่วยสร้างองค์ความรู้และคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ชุมชนในระยะยาวต่อไป
สำหรับพื้นที่บ้านพนังเสื่อ จะได้พัฒนาเป็น “แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ” เป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป โดยจังหวัดชัยภูมิและขอรับคำแนะนำจากกรมทรัพยากรธรณี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ช่วยกันพัฒนาแหล่งนี้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดชัยภูมิต่อไป
ขณะที่ ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2567 ได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมเนชันแนล จีโอกราฟิก ผ่านโครงการ “Exploring the Titans : Investigating Thailand’s Largest Dinosaur and Engaging Local Communities in Chaiyaphum Geopark (Project Thaitan)” ทำการศึกษาวิจัย อนุรักษ์ ตัวอย่างร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี รวมถึงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชน และอุทยานธรณีชัยภูมิ รวมทั้งการศึกษาสกุลและสายพันธุ์อย่างละเอียดของ นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส
โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน และชุมชนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้การสำรวจและขุดค้นซากดึกดำบรรพ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ผ่านกิจกรรมค่ายสำรวจขุดค้น การอบรม และนิทรรศการภาคสนาม ณ แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาในพื้นที่
“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” เป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว หรือซอโรพอด อยู่ในกลุ่มTitanosauriformes พบในหมวดหินโคกกรวด กลุ่มหินโคราช มีอายุอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น ราว 100–115 ล้านปีก่อน โดยชื่อ “นาคาไททัน” มาจากคำว่า “นาคา” ซึ่งหมายถึงพญานาคในคติความเชื่อไทย และ “ไททัน” หมายถึงยักษ์ในตำนานกรีกสื่อถึงไดโนเสาร์คอยาวขนาดมหึมา ขณะที่ “ชัยภูมิเอนซิส” ตั้งชื่อตามจังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นแหล่งค้นพบ
ท้ายสุด อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เชิญชวนนักวิจัยทั้งชาวไทยและนานาชาติ เข้ามาศึกษาตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในคลังตัวอย่างของกรมทรัพยากรธรณี ณ พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา สังกัดกรมทรัพยากรธรณีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อร่วมต่อยอดองค์ความรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาในระดับสากล เพราะ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” เป็นเครื่องยืนยันว่า ใต้ผืนแผ่นดินไทยยังมีทรัพยากรทางวิชาการและองค์ความรู้อันทรงคุณค่ารอการค้นพบอีกมาก



