ข่าว

พลโทหญิงมาลี  โต้ไทยอย่าใส่ร้าย ปมเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์

พลโทหญิงมาลี โต้ไทยอย่าใส่ร้าย ปมเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์

22 พ.ค. 2569

พลโทหญิงมาลี โต้กองทัพบกไทย กรณีเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์ ลั่นอย่าใส่ร้าย ทำเกียรติยศกองทัพกัมพูชาเสื่อมเสีย

จากกรณีที่เมื่อวานที่ผ่านมา กองทัพบก ได้รับรายงานจาก ร้อย.ทพ.2603 กองกำลังสุรนารี ขณะจัดกำลังพลปฏิบัติภารกิจปรับปรุงที่มั่นเสริมความมั่นคง บริเวณหลักเขตแดนที่ 18 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. กำลังพลได้ยินเสียงปืนเล็กจำนวน 5 นัด ดังมาจากทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 600 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา หลังจากนั้น กำลังพลได้หยุดฟังและตรวจการณ์อย่างละเอียด ไม่ปรากฏสิ่งผิดปกติ จึงได้ปฏิบัติภารกิจต่อไป โดยไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ และไม่มีการยิงโต้ตอบ

พลโทหญิงมาลี  โต้ไทยอย่าใส่ร้าย ปมเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์

พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กของทีมโฆษกกองทัพบกไทยได้รายงานว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 นัดในพื้นที่พนมบัก เมืองสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย พร้อมทั้งกล่าวหาว่ากองทัพกัมพูชาเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

พลโทหญิงมาลี  โต้ไทยอย่าใส่ร้าย ปมเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์

พลโทหญิงมาลี ยืนยันว่า รายงานข้างต้นเป็นข้อมูลเท็จและเป็นการใส่ร้าย โดยมีเจตนาเพื่อปลุกปั่นให้เกิดความสับสน ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด และเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน

 

ทางกระทรวงฯ ไม่สามารถยอมรับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยกองทัพและสื่อของไทยได้ ซึ่งเป็นการทำลายเกียรติยศของกองทัพกัมพูชา และบ่อนทำลายความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ พลโทหญิงมาลียังเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการเผยแพร่รายงานที่เป็นการใส่ร้ายทันที และขอให้กลับมาดำเนินการตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัดและจริงใจ พร้อมอธิบายด้วยว่า การหยุดเผยแพร่ข่าวปลอมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ


พลโทหญิงมาลี  โต้ไทยอย่าใส่ร้าย ปมเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมฉบับลงวันที่ 27 ธันวาคม และข้อตกลงอื่น ๆ เพื่อแสวงหาทางออกอย่างสันติ และเพื่อให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติ ตลอดจนมีสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนต่อไป