
ล่าโจรใจบาป ขโมยพระเกศทองคำ จากเศียรพระประธาน วัดหายโศก จ.หนองคาย
ล่าโจรใจบาป ย่องฉก "ยอดพระเกศทองคำ" จากเศียรพระประธาน ภายในอุโบสถ วัดหายโศก จ.หนองคาย
จากกรณีโจรใจบาป เข้าไปขโมยยอดเกศเกษาทองคำ ของเศียรพระพุทธประธาน ภายในพระอุโบสถวัดหายโศก เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ซึ่งทางวัดได้แจ้งตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เข้าตรวจสอบ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมานั้น
21 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ โดยมีนางสุเปรมปรี กรรมการวัดหายโศก/ประธานชุมชนหายโศก ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าภายในวัดติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เพียงบางจุด ส่วนภายในอุโบสถ ไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เลย และที่สำคัญไม่มีกล้องตัวไหน มองเห็นประตูเข้าโบสถ์ มีเพียงบางตัวที่มองเห็นด้านข้างโบสถ์เท่านั้น อีกทั้งยังไม่รู้วันเวลาที่ชัดเจน ว่ายอดพระเกศเกศา ถูกคนร้ายขโมยไปเมื่อใด
แต่คาดว่าน่าจะก่อนวันที่ 19 พ.ค. 69 เนื่องจากสามเณรภายในวัด ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ว่าเห็นยอดพระเกศมีลักษณะเอียง ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 18 พ.ค. 2569 แล้ว ซึ่งแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว เดินทางมาไหว้พระทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก
นางสุเปรมปรี กรรมการวัดหายโศก/ประธานชุมชนหายโศก บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ชุมชนและวัดมีความเสียใจ และไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลาหลายปีที่พระครูอโสกภัทรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดหายโศก ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ จนทำให้วัดมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก
ส่วนที่มีดราม่าว่าทำไมวัดใหญ่ ๆ มีชื่อเสียง ถึงไม่มีกล้องวงจรปิดภายในอุโบสถนั้น กรรมการวัดหายโศก บอกว่า ภายในวัดมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายจุด แต่ที่ในอุโบสถยังไม่ได้ติดตั้ง เนื่องจากอยู่ในระหว่างที่ช่างกำลังบูรณะ ภาพวาดแบบนูนรอบผนังโบสถ์เป็นภาพเดิมที่มีมาแต่โบราณ หากมีการติดกล้อง ต้องรื้อสายทุกครั้ง มีค่าใช้จ่าย จึงรอติดตั้งครั้งเดียว
ส่วนที่ยอดพระเกศเกศาเป็นทองคำนั้น กรรมการวัดฯ ระบุว่า เนื่องจากเจ้าอาวาสต้องการให้สายบุญที่ได้มาถวายทองคำ ได้เห็นว่าทางวัดได้มีการดำเนินการจริงเป็นรูปธรรม และไม่คิดว่าจะมีใครขึ้นไปขโมยได้ เนื่องจากองค์พระมีความสูงมากพอสมควร อีกทั้งยังเป็นวัดเปิด มีการเปิดอุโบสถตั้งแต่เช้า จะมีเจ้าหน้าที่ในทุกจุด
คาดว่าในวันที่เกิดเหตุ น่าจะเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการเรื่องการตัดไม้เพื่อมาทำศาลากัน เจ้าหน้าที่บางคนก็กลับบ้าน ซึ่งปกติอุโบสถจะปิดหลังพระสงฆ์ทำวัดเย็นทุกวัน ส่วนวันศุกร์และวันเสาร์จะปิดดึก เนื่องจากบริเวณถนนรอบ ๆ วัดเทศบาลจะจัดให้เป็นถนนคนเดิน จึงเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาทำบุญที่วัด
นางสุเปรมปรี อีกว่า คนที่ทราบข่าวนี้ หากมีเบาะแสขอให้ประสานมาได้ทุกช่องทาง ประสานกับทางวัดหรือเจ้าอาวาสก็ได้ เมื่อมีข่าวออกไป คนที่ขโมยอาจจะเห็นข่าว อย่างน้อย ๆ น่าจะมีจิตสำนึกสักนิด ตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เพราะเราเป็นคนไทย บาปบุญมีจริง หากขโมยไปแล้วยังเก็บเอาไว้ หากจะคืนก็ติดตามประสานมาที่วัดได้ แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ตนคิดว่าอาจจะได้คนยาก ตอนนี้ทุกคนเสียใจ สายบุญ โยมอุปัฏฐาก ก็ได้โทรมาสอบถามไม่ขาดสาย เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ตนดูแลวัดแห่งนี้ เข้ามาทำความสะอาดที่อุโบสทุกเช้า และดูความเรียบร้อย



