
ทส. เคลื่อนไหวแล้ว! ยกเครื่องระบบ บี้ทุกหน่วยงัด SOP-ใช้ AI ดักทางทุจริต
ปลัดฯทส. รับลูก "สุชาติ ชมกลิ่น" รื้อระบบงานอนุมัติ-อนุญาตที่มีความเสี่ยงทุจริต ทำคู่มือ SOP ดันแพลตฟอร์มออนไลน์กลางและ AI รับเรื่องร้องเรียนตรงถึงผู้บริหาร ย้ำชัด "ไม่ป้องคนโกง"
19 พ.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมหารือผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส
ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยมี รองปลัด ทส. ผู้ตรวจราชการ ทส. หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนในสังกัดทั้งหมด เข้าร่วมประชุมฯ หารือแนวทางการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายหลังมีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอรัปชัน โดยเน้นการจัดทำ Platform Online กลางในการรับเรื่องร้องเรียน ที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ รวมถึง AI โดยมีศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงานปลัด ทส. เป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงกับศูนย์ป้องกันอื่น ๆ ภายใน ทส. เพื่อให้การดำเนินงานมีความรวดเร็วและโปร่งใส ง
การประชุมวันนี้ ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำนโยบาย ทส. ไม่ปกป้องผู้ทุจริต พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการแก้ไขปัญหา corruption ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น คือ การจัดระบบงานและการบริหารคน
ระบบงาน ให้ทุกหน่วยงานพิจารณาภารกิจสำคัญ (function) และมีความเสี่ยงต่อการทุจริตมากที่สุดของตน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการอนุญาต/อนุมัติ มาจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน (SOP) จัดทำ platform ออนไลน์ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใส พร้อมให้มีการสื่อสารเชิงรุกกับประชาชน
บริหารคน ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนดีและมีความสามารถเข้าสู่องค์กรในทุกระดับตำแหน่ง สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เปิดโอกาสให้สามารถร้องเรียนปัญหาการทุจริตกับผู้บริหารหน่วยงานได้โดยตรง และหากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินการอย่างเคร่งครัด
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ย้ำว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยในวันนี้ได้มีการประสานเชิญผู้แทน กกร. เข้าร่วมหารือด้วย แต่ได้รับแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญ ซึ่งหากหน่วยงานใด ภายใน ทส. มีประเด็นสอบถามเกี่ยวกับผลการศึกษาเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจที่ผลการศึกษาระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตของแต่ละหน่วยงาน เป็นต้น ให้ประสาน กกร. โดยตรง หรือให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ทส. กับ กกร. เพื่อพิจารณาภารกิจของหน่วยงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเรื่อง Zero Corruption ไปด้วยกัน เน้นการเดินหน้า เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาคอรัปชันอย่างจริงจังเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความโปร่งใสของประเทศ



