ข่าว

"พิพัฒน์" สั่งรฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ ลด-ยกเลิก ขบวนรถไฟ วิ่งเข้า กทม. ชั้นใน

"พิพัฒน์" สั่งรฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ ลด-ยกเลิก ขบวนรถไฟ วิ่งเข้า กทม. ชั้นใน

18 พ.ค. 2569

"พิพัฒน์" สั่งรฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ ลด/ยกเลิก ขบวนรถไฟ วิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ด้าน "สิริพงศ์" อัปเดตเงินเยียวยา เสียชีวิต 2.39 ล้าน บาดเจ็บจ่ายสูงสุด 1 ล้าน

18 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารบริเวณมักกะสัน พร้อมสรุปแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว
 

นายพิพัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ รฟท. ศึกษาภายใน 3 เดือน ถึงความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกขบวนรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ผ่านจุดตัดทางรถไฟระดับดิน โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายตะวันตก ซึ่งรวมกันมีจุดตัดประมาณ 27 จุด
 

เบื้องต้นมีแนวคิดให้รถไฟสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้สิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน ก่อนเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถโดยสาร ขสมก. รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายตั๋วร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนมีภาระค่าเดินทางเพิ่มขึ้น โดยหากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถผ่านจุดตัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาว

นายพิพัฒน์ ยังชี้แจงถึงประเด็นใบอนุญาตพนักงานขับรถไฟ ว่า ปัจจุบันมีทั้งใบอนุญาตที่ออกโดย รฟท. และใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทำให้การออกใบอนุญาตตามกฎหมายของกรมรางยังไม่แล้วเสร็จ พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จำนวน 14 คน โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

"พิพัฒน์" สั่งรฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ ลด-ยกเลิก ขบวนรถไฟ วิ่งเข้า กทม. ชั้นใน
 

ด้าน นายสิริพงศ์ เปิดเผยความคืบหน้าการเยียวยาผู้เสียหายว่า วงเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ระดมทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยารวม 2,390,000 บาท ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากกองทุนผู้ประสบภัยของสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่ค่าปลงศพสามารถเบิกจ่ายได้ตามค่าใช้จ่ายจริงทุกบาท
 

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 130,000 บาท และกรณีบาดเจ็บสาหัสหรือผ่าตัดสูงสุด 1,000,000 บาท รวมถึงกระทรวงคมนาคมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้กับผู้ที่ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
 

ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการ รฟท. ระบุว่า พนักงานขับรถไฟของ รฟท. ต้องผ่านการปฏิบัติงานในตำแหน่งช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี ก่อนสอบเป็นพนักงานขับรถ และต้องผ่านการตรวจสุขภาพรวมถึงสารเสพติดตามมาตรฐาน ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานขับรถประมาณ 911 คน จากกรอบอัตรา 1,200 คน และได้ส่งรายชื่อพนักงานเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางรางแล้ว 591 ราย คาดว่าจะรับรองครบภายในเดือนกรกฎาคมนี้
 

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับพนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นถนนแล้ว โดยผลตรวจเบื้องต้นพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในร่างกายพนักงานขับรถไฟ ทำให้ รฟท.มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากงานเดินรถเป็นการชั่วคราวระหว่างสอบสวน พร้อมเตรียมปรับแผนการเดินรถสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ให้เดินรถเฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงการจราจรหนาแน่น รวมถึงเตรียมนำระบบอัตโนมัติ ATP มาเชื่อมการทำงานร่วมกับเครื่องกั้นถนนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาอีกประมาณ 2-3 ปี
 

ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. พร้อมให้ความร่วมมือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยได้ดำเนินมาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกวัน รวมถึงตรวจสารเสพติดเป็นระยะ พร้อมส่งสายตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประจำจุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่รถโดยสารต้องผ่านทางรถไฟ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุซ้ำ
 

ขณะเดียวกัน ขสมก. ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 8 เขต รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ดูแลผู้บาดเจ็บและอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ยังมีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 15 ราย และมี 2 รายที่สามารถกลับบ้านได้แล้ว
 

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. เปิดเผยว่า แผนลดจุดตัดทางรถไฟระดับดินเป็นแนวคิดเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง ในปี 2564 โดยมีแนวคิดให้รถไฟทางไกลเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีชานเมือง เช่น บ้านภาชี นครปฐม และลาดกระบัง เพื่อลดการเดินรถเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมนำแผนดังกล่าวกลับมาศึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากจุดตัดทางรถไฟในระยะยาว หลังเกิดอุบัติเหตุซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา